้านั้นเขาเคยถูกบังคับให้นัดบอดก็ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้กลับถูกบังคับให้ไปโรงพยาบาลเสียได้
แน่นอนก็เพราะว่ามันน่าเบื่อที่จะอยู่เฉย ๆ นี่สิ!
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะตัดสินใจโทรออกอย่างที่ตั้งใจ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นหลายครั้งกว่าปลายสายจะกดรับ
“พ่อ แม่บอกว่าคิดถึงพ่อ แต่เขินอายเกินกว่าจะกล้าโทรหาพ่อให้กลับบ้าน เพราะงั้นพ่อช่วยกลับมาอยู่กับแม่หน่อย” ไม่อย่างนั้นความสนใจของเธอทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่เขามากจนเกินไป เพราะว่ารู้ดีเขาถึงได้กล้าโทรบอกประมาณว่าเขาไม่มีทางไป
“แม่แกโทรมาบอกฉันแล้ว บอกว่าแกไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจแน่ ๆ ลูกชายถ้าหากป่วยก็ควรรักษาแต่เนิ่น ๆ นะ!” จิ่งเซิ่งยังคงเอ่ยด้วยความเด็ดขาดตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงปัจจุบันก็ยังเหมือนเดิม
“ก็ดี แม่ของผมบอกว่าผมป่วยเป็นอะไร?” เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรถึงต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ เขาไม่ใช่คนบ้าซะหน่อย
“ก็เพราะว่าแกหาแฟนสาวไม่ได้เลยไง แม่แกเลยสงสัยว่าแกอาจจะมีอาการป่วยแอบแฝงอยู่หรือเปล่า สรุปว่าแกมีหรือเปล่า?” จิ่งเซิ่งคิดถึงความเป็นไปได้ในข้อนี้ อย่างน้อยก็ดีกว่าเขาต้องนั่งเครื่องบินกลับไปหลาย ๆ พันไมล์
“คุยกับพ่อแม่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ความคิดคนละแนวทางกันจริง ๆ” เขาวางโทรศัพท์อย่างเด็ดขาด ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งไป
คำว่า ‘โรคที่ซุกซ่อนอยู่’ คำพวกนี้มันเหมือนกับสาปแช่งลูกชาย เขามีลูกชายกับลูกสาวที่โตถึงขนาดนี้แ