องเธอ เธอตกใจผงะมือออกทันที
เธอเหลือบมองจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะรีบดึงถ้วยชาออกจากมือเขามาอย่างรวดเร็ว
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอจากด้านหลังพลางยกยิ้มที่มุมปาก ดูเหมือนว่าเขาจะอารมณ์ดีไม่ใช่น้อย เป็นวันที่..ดีจริงๆ!
อันโหรวเรียนรู้มาจากหลินจือเซี๋ยว เธอรู้ว่าภาระหน้าที่ของเลขาไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างที่เธอจินตนาการ เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับตระกูลเห่อ ทำให้ช่วงนี้เธอดูยุ่งเป็นพิเศษ ยุ่งมากจนเธอเวียนหัวและอ่อนเพลีย
และบ่ายนี้เธอจะต้องไปรับหน่วนหน่วนและหยางหยางตอนเลิกเรียน งานที่ไม่เสร็จในตอนบ่ายจึงทำได้แค่ทำงานล่วงเวลา แค่ช่วงเวลา 1 เดือนนี้เท่านั้น หลินจือเซี๋ยวกลับมาทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นปกติแล้ว
ไม่กี่วันต่อมา อันโหรวก็ปรับตัวกับการทำงานกับจิ่งเป่ยเฉินได้อย่างเต็มรูปแบบ เวลาที่เขาดูสบายใจดูไม่ใช่มนุษย์ เวลาทำงานขึ้นมายิ่งดูไม่ใช่เช่นกัน
วันนี้เธอยืดเส้นยืดสาย หวังจะผ่อนคลายสักหน่อย แต่เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอก็รีบสวมบทบาทเลขาของจิ่งเป่ยเฉินทันที เธอยิ้มพลางรับโทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ ห้องทำงานของประธานจิ่ง ต้องการคุยประธานจิ่งเรื่องอะไรคะ?”
อีกฝ่ายอึ้งไปเล็กน้อย ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมา อันโหรวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เห็น ๆ อยู่ว่ามีคนโทรมา!
เธอถามกลับอย่างไม่ละความพยายาม “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่า…..”
ซูรั่วหยาที่กำลังถือโทรศัพท์ได้ยินเสียงที่แหบแห้งของอันโหรวก็ตอบกลับมาว่า “นี่คุณเป็นผู