ันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น!” อันโหรวหรี่ตาลง ก่อนจะมองไปที่ใบไม้สีเขียวที่อยู่ด้านนอก พลางพูดว่า “มันไม่น่าจะเป็นไปได้”
ถึงแม้ว่าครั้งที่แล้วจิ่งเป่ยเฉินจะเรียกเธอว่าอันโหรว แต่ด้วยการแสดงออกและคำพูดที่ทิ้งท้ายว่า ‘อย่าให้ฉันจับได้ละกัน’ ตอนนั้นมันก็พอเดาได้แล้ว
“ถึงแม้ว่าถังซั่วจะเห็นหยางหยางแล้ว ถึงจะรู้สึกว่าเขากับจิ่งเป่ยเฉินคล้ายกัน แต่เขาเองก็ไม่ได้เห็นฉัน เขาไม่น่าจะจับเชื่อมโยงระหว่างอันโหรว….หรอก” น้ำเสียงของเธอเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ เพราะยังไม่แน่ใจ
“ยัยโง่ ไม่ใช่ว่าถังซั่วรู้แต่แรกแล้วแกล้งโง่หรอกเหรอ!” หลินจือเซี๋ยวรู้ดีว่าเขาต้องรับรู้ตัวตนของเพื่อนตนแล้วแน่ ๆ และด้วยสัญชาตญาณ จิ่งเป่ยเฉินก็ต้องรับรู้แล้วเช่นกัน
“เธอคิดว่าไง ถ้าหากฉันขอลาสักเดือน จิ่งเป่ยเฉินจะเห็นด้วยไหม?” อันโหรวมองไปที่เธออย่างจริงจัง ดวงตาของเธอนั้นสวยงามและเปล่งประกายเป็นอย่างมาก
“จะพูดไร้สาระอีกแล้ว” หลินจือเซี๋ยวเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธอ ก่อนจะพูดว่า “เธอเอาจริงเหรอ?!”
“เฮ้อ” เธอมองไปยังหน่วนหน่วนที่กำลังนอนหลับอยู่ ความกลัวของเธอปรากฏขึ้นมาทันที “พวกเขาเป็นลูกของฉัน ส่วนจิ่งเป่ยเฉินไม่เกี่ยวข้องหรอก อย่างมากแค่สเปิร์มแฝดเท่านั้น อย่าได้คิดจะแย่งพวกเขาไปจากฉัน ฉันไม่มีทางยกให้ ประตูไม่มี หน้าต่างไม่เปิด!”
“โหรวโหรว…เธอไม่กลัวบ้างเลยเหรอ ฉันมองก็รู้แล้วว่าหัวหน้าชอบเธอจะตายไป!” หลินจือเซี๋ยวเลิกคิ้วของเ