กินน้ำ”
อันโหรวรีบหยิบกระเป๋าและหยิบแก้วสีชมพูของเธอออกมาจากกระเป๋าด้านใน แต่เสียงผู้คนที่ซุบซิบอยู่รอบข้างมันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดมากจริง ๆ
ถ้ารู้แบบนี้แต่แรกสู้ให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านไปเลยจะดีกว่า!
“ทุกคนไปเข้าร่วมงานกันหมดแล้ว พวกเธอไม่ไปก็ไม่ต้องไปนะ เป็นเด็กกำพร้ากันนี่นา!” เด็กน้อยคนนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาอีกครั้ง
“แค่ก แค่ก แค่ก……” หน่วนหน่วนถึงกับสำลัก ดวงตาสีฟ้าหันกลับไปมอง ไม่ช้าน้ำตาก็เริ่มไหลออกมา
อันหยางเมื่อเห็นอันหน่วนร้องไห้ หน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชามากขึ้น อันโหรวหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาให้ลูกอย่างปวดใจ ก่อนจะปลอบประโลมอย่างช้า ๆ และพูดว่า “นี่หนูจ๊ะ ด่าคนแบบนี้ไม่ดีเลยนะ หรือว่าพ่อแม่ของหนูไม่ได้สั่งสอนกัน?”
“คุณว่าอะไรนะ?” ทันใดนั้นเองก็มีผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของอันโหรว เธอลากเด็กคนนั้นไปไว้ด้านหลังของตนและพูดขึ้นว่า “ก็แค่คำพูดเด็กคนหนึ่ง ผู้ใหญ่จะคิดเล็กคิดน้อยไปทำไม”
“ถ้ายังงั้นฉันกับคุณจะมาเปรียบเทียบกันทำไม? ในเมื่อระดับการศึกษาของฉันก็เหนือกว่าคุณแล้ว!” อันโหรวเอาแก้วน้ำที่หน่วนหน่วนเพิ่งดื่มเสร็จเก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะพูดว่า “คุณควรจะให้การสั่งสอนลูกของตัวเองให้ดีกว่านี้ ตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กน้อย พูดจาอะไรฉันก็ไม่ได้ถือสานักหรอก แต่ถ้าหากโตขึ้นในภายภาคหน้าแล้วยังใช้คำพูดคำจาแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร”
“เธอกล้าดียังไงมาสั่ง