ด้านความขี้เหร่ละก็ เธอกินขาดอย่างแน่นอน
พวกตระกูลเห่อระดับสูงต่างก็ทยอยเข้ามาทีละคน อันโหรวนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของจิ่งเป่ยเฉินที่โต๊ะที่เขียนไว้ว่าบริษัทจิ่ง
เมื่อห้องประชุมถูกปิดลง การประชุมก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นแค่การแจ้งเพื่อให้ทราบเท่านั้น
เห่อฮวาฮุยมองไปที่หลี่เฉิงด้วยสีหน้าจริงจัง “ผอ.หลี่ ผมรู้ว่าคุณเป็นพนักงานเก่าแก่ของสกุลเห่อ แต่ไม่คิดว่าจะมอบสกุลเห่อให้แบบนี้ ผมเองก็เหมือนกัน แต่ทว่า! คนเรามักจะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอยู่เสมอ สกุลเห่ออยู่ในมือพวกเรา คุณจะจัดการได้นานสักแค่ไหนกัน? ร้อยปีต่อมาให้หลังก็ต้องเปลี่ยนเป็นมือคนอื่นอยู่ดี!”
“ผมจะหาทายาทที่เหมาะสมให้เอง!” หลี่เฉิงไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เขาไม่สามารถปล่อยให้สกุลเห่อล้มสลายได้ ตราบใดที่เขายังอยู่
“ผอ.หลี่ คุณหมายความว่าผมกับน้องรองไม่ใช่ทายาท?” เห่อฮวาฮุยเค้นเสียงเย็นชา ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้สกุลเห่อก็ถูกมอบให้แล้ว ประธานจิ่งกับประธานโอวหยางก็อยู่ที่นี่ด้วย ผอ.หลี่ คุณคิดว่าพวกเราควรจะไปบ้านไหนดีล่ะ”
เห่อฮวาฮุยนั่งลงข้าง ๆ เห่อฮวาอวี่ เขามองไปที่จิ่งเป่ยเฉินก่อนจะเหลือบมองไปยังโอวหยางลี่ และค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “ผอ.หลี่ คุณต้องเลือกดี ๆ นะ”
“นี่……” หลี่เฉิงเกิดความลังเลเล็กน้อย เขาเอนเอียงไปทางกลุ่มเครือโอวหยางตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าบริษัทสกุลจิ่งเองก็เป็นบริษัทที่ใหญ่โตไม่แพ้กัน จึงไม่ควรประ