ะมองไปทางขวา มีชายสองคนที่ไม่ง่ายจะล่วงเกิน จิ่งเป่ยเฉินเองก็ไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่าย ๆ
หากคิดจะลงสนามหยก กลุ่มโอวหยางลี่ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน แต่ว่าโอวหยางลี่ไม่ใช่คนที่มีความสามารถเทียบเท่ากับจิ่งเป่ยเฉิย ถ้าหากเขามอบสกุลเห่อให้กับจิ่งเป่ยเฉินไปละก็ จะต้อง…
“ผอ.หลี่ นี่เป็นธุรกิจของสกุลเห่อของพวกเรา การตัดสินใจของคุณอาจไม่สำคัญถึงขนาดนั้น” เห่อฮวาอวี่เหลือบมองเขาด้วยนัยน์ตาสีดำ พลางจับจ้องไปที่หลาย ๆ คน ก่อนจะพูดว่า “ผมกับพี่ชายตัดสินใจแล้ว ในเมื่อสกุลจิ่งคิดสนใจสร้างความแตกต่างมากมายให้กับตระกูลหยก พวกเราสกุลเห่อก็จะเลือกและยินดีที่จะมอบให้กับสกุลจิ่งเป็นผู้ดูแลต่อจากเรา เพียงแต่ว่าการจะเซ็นสัญญากับประธานโอวหยางคงต้องพูดเลยว่าขออภัยด้วย”
โอวหยางลี่ได้ยินคำพูดของเขาก็รู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย เขากำมือแน่นไว้ตรงเข่า แต่ใบหน้ายังคงเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ก่อนจะพูดว่า “ผอ.หลี่ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณไม่คิดจะพูดอะไรสักหน่อยเหรอ?”
“ประธานโอวหยาง อันที่จริง……เรื่องพวกนี้มันทำอะไรไม่ได้แล้ว ผมไม่มีอำนาจมากพอ!” หลี่เฉิงส่ายหน้า ตอนนี้เขาถือว่าเป็นคนนอกโดยสิ้นเชิง
ถ้าหากสองพี่น้องสกุลเห่อร่วมมือกันแบบนี้ แน่นอนว่าหุ้นของพวกเขาย่อมมากกว่าตน และพวกเขาก็ตัดสินใจเลือกคนไปแล้วด้วย
“ไร้อำนาจสิ้นดี!” โอวหยางลี่ลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะมองไปยังจิ่งเป่ยเฉินและพูดว่า “หวังว่าที่พวกคุณ