เธอ ในชีวิตของเธอมีแค่ลูกสองคนก็เพียงพอแล้ว
“แล้วงานกีฬาแม่จ๋าจะไปไหมคะ” อันหน่วนถาม
“ไปสิ ถึงจะไม่เข้าร่วมเล่น แต่พวกเราก็ไปดูได้” เธอก้มศีรษะลงไปจูบหน้าผากหน่วนหน่วนก่อนจะเอ่ย “ดีไหมจ๊ะ?”
“ดีค่ะ!” อันหน่วนพยักหน้าพลางยิ้มตอบ
แต่ใบหน้าของอันหยางกลับดูนุ่มลึก ดวงตาสีดำสนิทของเขาราวกับคนที่ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา ถึงเขาจะหน้าตาเหมือนกับคุณลุงนิสัยไม่ดีคนนั้น ก็ไม่สามารถเปลี่ยนไปชอบคุณลุงคนนั้นได้หรอก!
……
ภายในพริบตาก็เป็นวันศุกร์ อันโหรวนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะทำงาน งานกีฬาครอบครัวนั่น เธอจะทำยังไงกับมันดี?
ในความจริงแล้วเธอไม่อยากให้หยางหยางกับหน่วนหน่วนดูแตกต่างไปจากเด็กคนอื่น ๆ
หรือจะต้องไปหาจิ่งเป่ยเฉินจริง ๆ?
ถ้าแบบนั้นเธอจะปิดบังเรื่องนี้อย่างยากลำบากไปเพื่ออะไรกัน?
คำพูดของถังซั่ว แน่นอนว่าเป็นลูกระเบิดไม่ต่างจากจิ่งเป่ยเฉิน มั่นใจว่าหากถังซั่วรู้ จิ่งเป่ยเฉินก็ต้องรู้เข้าสักวันแน่ ๆ
“ติง ติง ติง” เธอรีบรับโทรศัพท์ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “สวัสดีค่ะ”
เสียงหลินจือเซี๋ยวที่ดังมาจากโทรศัพท์ ”หัวหน้าสั่งให้เธอไปรอเขาที่ชั้นล็อบบี้”
เธอรู้สึกหงิดหงุดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อจิ่งเป่ยเฉิน รู้สึกต่อต้านกับสัญชาตญาณของตัวเอง
“ไปทำอะไร?” เธอเหลือบมองเวลาบนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าเธอ “ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนะ!”
“ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดเท่าไรหรอก ยังไงก็เป็นคำสั่งจากหัวหน้า พวกเราปฏิเสธไม