้วนผมไปมา เธอจึงเอ่ยถามว่า “ประธานจิ่งยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ?”
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบตามองไปที่กล่องสามใบบนโต๊ะและพูดว่า “ของพวกนั้น อันที่จริงมอบให้คุณ ไม่จำเป็นต้องมอบให้เลขาหลินหรอก”
“ลูกน้องทราบแล้วเจ้าค่ะ” เธอยืนอยู่นิ่ง ๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตู เธอจึงได้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปที่โซฟา
เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะมองไปที่กล่องที่มีดอกไม้สลักไว้อยู่ด้านหน้า เธอไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะคิดเอื้อมมือไปเปิดดู
ตระกูลอันที่ล่มสลายลงไปในชั่วข้ามคืน เธอที่เป็นลูกสาวของตระกูลอันก็ทำได้เพียงหลบหนีและจากมาแสนไกล ตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะกลับไป
เธอรู้ดีว่าเธอไม่อาจมีความสัมพันธ์กับตระกูลโอวหยางได้ แต่เธอจะติดต่อกับพวกกลุ่มโอวหยางยังไงดี?
เธอนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนโซฟาสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตู เมื่อเธอหันไปมองก็พบจิ่งเป่ยเฉินตัวน้อยกำลังเดินเข้ามาหา “แม่จ๋า!!”
“แม่อุ้มหน่อย” อันโหรวอุ้มเขามาวางที่ตักของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังหลินจื่อเซี๋ยวและพูดขึ้นว่า “ลำบากเธอแล้วสิ”
“ไม่เท่าไรหรอก ว่าแต่ของนั่นมันอะไรเหรอ?” หลินจื่อเซี๋ยวงุนงงเมื่อเห็นกล่องสามใบที่วางอยู่ เปิดกล่องหนึ่งใบก็ตกใจทันที “โหรวโหรว นี่มัน….”
อันหยางเมื่อได้เข้ามาก็มองเห็นของที่อยู่ด้านใน หนึ่งชิ้นเป็นเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวที่มองดูเพียงแวบเดียวก็รับรู้ได้เลยว่านี่เป็นหยกคุณภาพดี
“อืม“ เธอพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ของตร