” อันโหรวกวาดสายตามองไปที่หยกสองสามชิ้นนั้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบา ๆ
“อะไรนะ! ทดสอบดู?” หลินจื่อเซี๋ยวพูดจบก็ตกใจกับน้ำเสียงของตัวเอง ก่อนจะเอามือมาปิดปากและพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “ประธานจิ่งเขาสงสัยฐานะและตัวตนของเธออย่างนั้นเหรอ? วันนี้ตอนที่เธอไปที่ห้องทำงานเขา และตอนเช้าก็ไม่ยอมออกมา นี่พวกเธอ…..”
อันโหรวมองดูการเคลื่อนไหวของเพื่อนตนที่ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วนางทำท่าแปลก ๆ แม้เธอจะพยายามปิดบังหรือซ่อนเอาไว้ แต่ว่าวันนี้ตอนเช้าเธอก็อยู่ในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉินจริง และไม่ใช่แค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้
เธอพยักหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ
“นี่มันระ…เรื่องใหญ่แล้ว! เพราะงั้น…..” หลินจื่อเซี๋ยวมองไปที่ใบหน้าของเพื่อน ก่อนจะใช้ศอกแตะ ๆ ดัน ๆ ตัวเธอ “เธอชอบประธานไหม?”
“อย่าพูดไร้สาระ!” เธอแทบอยากจะไปซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ ด้วยซ้ำ
“ฉันพูดไร้สาระตรงไหน? ชอบหรือไม่ชอบขึ้นอยู่กับตัวเธอตัดสิน! เพียงแต่ฉันคิดว่าบอสของเราจริง ๆ แล้วก็เป็นคนดีไม่เลว เท่าที่ฉันรู้มานะว่าห้องทำงานของเขามีผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ได้นานแบบนั้น มีแค่เธอคนเดียวนะ” หลินจื่อเซี๋ยวรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก่อนจะพูดว่า “นานสุดตั้งหลายสิบนาทีเชียว”
“ไม่ถึงสิบนาทีคงเป็นเธอสินะ?” อันโหรวยิ้มตอบกลับไป
“ถูกรู้จนได้!” หลินจื่อเซี๋ยวถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อ “มีครั้งหนึ่งนะที่อยู่ได้นาน ตอนนั้นเป็นช่วงที่ประธานจิ่งสอนงานให้ฉัน”