้ทันทีว่าแก้วนั้นจิ่งเป่ยเฉินเคยดื่มแก้วเดียวกันกับเธอ ซึ่งเธอดื่มน้ำมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกไม่เพียงพออยู่ดี
“เธอมีเสียงแบบไหนกันแน่? ทำไมต้องใช้เสียงที่ชวนไม่น่าฟังแบบนี้ด้วย?” ฉิวซีเหลือบตามองไปยังอันโหรวพลางพูดขึ้น เธอทำท่าราวกับไม่ได้ยินอะไร ก่อนจะเอ่ยว่า
“ดูเหมือนบริษัทจะไม่ได้ระบุกฎว่าห้ามใช้เสียงอื่นนะ” ต่อให้มีกฎแบบนั้นจริง ๆ เธอก็สามารถเปลี่ยนเสียงต้นฉบับที่แตกต่างกว่านั้นได้อยู่แล้ว
ฉิวซีมองไปที่ตัวเธอ ก่อนจะพาตัวเองออกไปจากที่แห่งนี้ด้วยความโกรธเคือง
ทำไมอันอีหานถึงได้ใจเย็นขนาดนี้? เมื่อนึกถึงข่าวลือในบริษัท ตัวเธอก็เริ่มที่จะหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่น่าใช่ ไม่จริงหรอก ที่ประธานจิ่งอยู่กับเธอตลอดเวลาแบบนี้ มันต้องเป็นข่าวลือที่ผิดแน่ ๆ
เมื่อมาถึงชั้นที่สิบห้า ภายในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ฉีเซิงเทียนมองไปยังถุงพลาสติกใสด้วยความงุนงง ก่อนจะมองไปที่ผมสองสามเส้นที่อยู่ในนั้น มันเป็นสีทองและสีดำ
“พี่เฉิน! นี่นายมีลูกข้างนอกอย่างนั้นเหรอ?” ฉีเซิงเทียนคว้าถุงพลาสติกมาไว้ในมือ และพูดว่า “จะให้ตรวจสอบความเป็นพ่อคนสินะ ฉันจะรีบไปตรวจสอบทันทีเลยแล้วกัน!”
“เดี๋ยวก่อน!” จิ่งเป่ยเฉินหยิบถุงพลาสติกมาจากมือของเขาและวางลงบนโต๊ะ พลางมองไปที่เส้นผมที่อยู่ด้านในด้วยความลังเล