ะ
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่อยู่ในหัวของเขาก็เริ่มขัดแย้งกันไปหมด ก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะเป็นการเจรจา สัญญา หรือว่าอะไรเขาก็ไม่เคยรู้สึกตึงเครียดและกระวนกระวายใจแบบนี้มาก่อนเลย
อันโหรวถือกล่องและเดินขึ้นไป “ประธานจิ่งช่วยกดกริ่งให้ทีค่ะ ฉันไม่มีมือ”
“ไม่มีมือเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกขบขันเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ หัวใจของเขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เธอบอกว่าตัวเองไม่มีมือแบบนี้ก็แอบคล้ายกับคำพูดด่าแช่งแซะตัวเขาหรือเปล่านะ?
เขาเอื้อมมือไปกดกริ่ง ไม่ช้าก็มีเสียงฝีเท้ารีบวิ่งมาที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดแง้มออกเล็กน้อย
แสงสว่างที่อยู่ภายในสาดส่องออกมาตามทางประตูที่ถูกเปิดออก
จิ่งเป่ยเฉินมองต่ำลงไปก็เห็นอันหน่วนในชุดนอนยืนอยู่หน้าประตู เธอยิ้มก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองที่พวกเขาและพูดว่า “แม่จ๋า คุณลุง!”
“หน่วนหน่วน” จิ่งเป่ยเฉินลดตัวลงก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา พลางเดินเข้าไปข้างในราวกับว่าไม่ใช่คนนอกแต่อย่างใด
ทันใดนั้นใบหน้าของอันหน่วนก็เต็มไปด้วยความสุขเมื่อได้เห็นจิ่งเป่ยเฉิน แต่ใบหน้าเล็ก ๆ ของหน่วนหน่วนยังคงจับจ้องไปที่สีหน้าของแม่ตัวเอง เมื่อเห็นอันโหรวไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด เธอจึงพูดคุยเล่นกับจิ่งเป่ยเฉินอย่างมีความสุข
อันโหรววางกล่องลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะรินน้ำไปให้จิ่งเป่ยเฉินหนึ่งแก้ว ส่วนตัวเองก็รินมาหนึ่งแก้วเช่นกัน เมื่อดื่มชาก็จับจ้องไปยังทั้งสองคนที่กำลังหัวเราะเอิ้