่นตากรอบทองของเธอ ดวงตาของเธอตอนนี้ถูกบดบังไปด้วยหมอกสีขาว
เธอถอดแว่นตาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะขยี้ตาและเป่าถ้วยน้ำชาในมือต่อไป
อาการเมาค้างนี่มันนานขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมยังไม่ตื่นขึ้นมาอีก
เมื่อรู้สึกว่าถ้วยชาในมือเริ่มเย็นมากขึ้น เธอก็หันหน้าไปยังเตียงสีขาวอีกครั้ง พลันสบตาเข้ากับดวงตาสีดำคู่หนึ่งที่มืดมิดและดูน่ากลัว
ในขณะนั้นเองมือใหญ่ ๆ ของเขาก็ตวัดโอบมาที่รอบเอวก่อนที่เธอจะกระวนกระวายด้วยซ้ำ “ประธานจิ่ง เชิญดื่มชาก่อนค่ะ”
ให้ตายสิ นี่เขาตื่นมาตั้งแต่ตอนไหน ไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันเลย เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ในความเป็นจริงตอนที่เธอเดินเข้ามานั้นเขาก็ตื่นแล้ว แต่ไม่ได้ขยับตัวอะไรมาก ก่อนจะรู้สึกว่าเธอนั่งลงที่ข้างเตียง หัวใจของเขาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา
เมื่อคืนอยากจะคิดหนีออกห่างจากตัวเขา วันนี้กลับมาทำเรื่องพวกนี้ให้ ไม่ใช่ว่าอยากให้เขาเข้าใจผิดว่ากำลังทำอะไรอยู่เหรอ?
จิ่งเป่ยเฉินลุกขึ้นและใช้มือขวาหยิบถ้วยน้ำชามาจากมือของเธอ ส่วนมือซ้ายยังคงโอบเอวของเธออยู่
เขาดื่มชาสองจิบ ก่อนจะวางถ้วยน้ำชาไว้ที่ข้างเตียง “ชาดีไม่เลว”
“งั้นฉันไปก่อนนะคะ ประธานจิ่งพักผ่อนต่อได้เลยค่ะ” เธอพยายามที่จะสะบัดตัวออก แต่กลับถูกเขาผลักให้ล้มลงบนเตียง เมื่อต่างคนต่างล้มลงไปบนเตียง จิ่งเป่ยเฉินจึงกดตัวของเธอไว้
ก่อนเสียงทุ้มต่ำของจิ่งเป่ยเฉินจะดังขึ้นกระซิบข้าง ๆ หู “คุณเองก็น่าจะมีรสชาติไม่เลว……..”
“คุณจะทำอะไร?