ลื่อนหน้าจอโทรศัพท์กดรับอย่างเย็นเยือก ก่อนจะเอาโทรศัพท์มาแนบหู“ฮัลโหล?”“อันอีหาน!เธอสะดวกออกมาสักแป๊บได้ไหม?” ฉีเซิงเทียนเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ “จิ่งเป่ยเฉินเขาเมาอยู่ ฉันไม่รู้จะทำยังไง”เธอรู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแน่ ๆ เขาดื่มจนเมาแบบนี้ หากฉีเซิงเทียนเองยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง เธอก็หมดปัญญาส่วนเรื่องจิ่งเป่ยเฉินดื่มจนเมานั้น เธอขออยู่ห่าง ๆ ดีกว่า“ฉันนอนแล้ว ไม่สะดวกหรอกค่ะ” เธอพูดจบก็วางสายและปิดโทรศัพท์ด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบโทรศัพท์ถูกโยนไปที่หัวเตียง ก่อนเธอจะล้มตัวลงนอนต่อเพียงไม่กี่นาทีที่เธอล้มตัวลงนอน ประตูห้องก็ถูกเปิดออก หลินจื่อเซี๋ยวผลักออกมาจากด้านนอกเธอลุกขึ้นอย่างอารมณ์เสีย เมื่อเห็นหลินจื่อเซี๋ยวชี้ไปที่โทรศัพท์ที่โทรเข้ามา พลางเอ่ยถามเธออย่างตื่นตระหนก “อี อีหาน โทรศัพท์เธออยู่ไหน”“ผู้จัดการฉี” เธอมองหน้าคนพูด แทบอยากจะปิดโทรศัพท์ของหลินจื่อเซี๋ยวเช่นกันเธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกดรับโทรศัพท์ “ผู้จัดการฉีคะ ประธานจิ่งอยู่กับคุณน่าจะทำคุณลำบาก คุณช่วยบอกเขาทีว่าพรุ่งนี้ฉันจะชงชาแก้เมาค้างให้ คืนนี้ให้เขาสนุกไปก่อนนะคะ”“เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่งวาง!” ฉีเซิงเทียนกุมขมับด้วยมือหนึ่งข้าง เป็นผู้จัดการก็ยากอยู่แล้ว แต่เป็นผู้จัดการของจิ่งเป่ยเฉินนั้นยากยิ่งกว่าไม่คิดเลยว่าจะต้องช่วยเขาลงอ่าง ยิ่งเป็นหญิงที่มีลูกและแต่งงาน