อเซี๋ยวครับ ทำหน้าโล่งใจขนาดนั้นมีอะไรหรือเปล่าครับ?” อันหยางมองเธออย่างงงงวย“เปล่าจ้ะ ๆ พวกหนูเล่นกันไปก่อนนะ” หลินจื่อเซี๋ยวรีบวิ่งเข้าไปยังห้องครัว ยิ่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้นเมื่อเห็นอันโหรวกำลังหั่นผักอยู่“โหรวโหรว เธอหนีออกมาจากกรงเล็บของบิ๊กบอสได้ยังไงกัน?” เธอหยิบแตงกวาสดที่ฝานแล้วเข้าปากด้วยสีหน้าท่าทางอยากรู้อยากเห็น“ล้างมือให้สะอาดก่อน!” อันโหรวเหลือบไปมองเธอก่อนจะหั่นผักต่อ“เธอรีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ อยากรู้จะแย่อยู่แล้ว!” เธอที่อยู่ในบริษัทจิ่ง กว่าจะรู้ว่าอันโหรวออกไปกับจิ่งเป่ยเฉิน พวกเขาก็ออกไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว“บิ๊กบอสก็มีมุมใจดีด้วยนะ ยิ่งกว่านั้นไม่จับตาดูฉันตลอดด้วย” ไม่อย่างนั้นฉันก็คงหนีออกมาไม่ได้ง่าย ๆ แบบนี้หรอก“แบบนี้ก็ดี!” หลินจื่อเซี๋ยวเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างมือ แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีหลังอาหารเย็น อันโหรวก็ให้เด็กน้อยทั้งสองไปอาบน้ำและดูพวกเขาหลับ จากนั้นเธอจึงไปอาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดนอนและเอนนอนลงบนเตียงอย่างสบายในที่สุดก็หลับได้อย่างเต็มอิ่มสักที!ในขณะที่เคลิ้มหลับอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธองัวเงียหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความรำคาญเล็กน้อย ก่อนซุกตัวใต้ผ้าห่มอีกครั้งแต่เหมือนว่าเสียงโทรศัพท์จะเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด“อ๊าก…” เธอลุกขึ้นมาจากที่นอน ก่อนจะยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวนอนเธอจับพลัดจับผลูใช้นิ้วเ