ความสุขหรือไม่มีความสุขกันแน่เมื่อเด็กทั้งสองคนนอนหลับไปแล้ว อันโหรวก็ถูกหลินจื่อเซี๋ยวดึงตัวมาซักถามทันที “รีบพูดมาเร็ว เธอกับประธานจิ่งออกไปข้างนอกด้วยกันทำไม”“เธอรู้ได้ยังไง?” ตอนที่เธอออกไปนั้นเป็นเวลางาน ทำไมหลินจื่อเซี๋ยวรู้?“ทำไมฉันรู้เหรอ? ที่บริษัททุกคนต่างก็รู้กันหมดแล้ว!” หลินจื่อเซี๋ยวพาอันโหรวไปนั่งที่โซฟาด้วยท่าทางสนใจ ก่อนจะหยิบรีโมททีวีขึ้นมาทำท่าราวกับไมโครโฟนจ่อไปที่ปากเหมือนนักข่าว และยื่นไปหาอันโหรว “คุณอันโหรวคะ วันนี้ช่วงเวลาสี่โมงเย็น คุณกับคุณจิ่งเป่ยเฉินออกจากบริษัทไปทำอะไรที่ไหนเหรอคะ ช่วยพูดความจริงด้วยค่ะ”“ดูท่าว่าพรุ่งนี้ฉันคงถูกจับตามองแล้วสินะเนี่ย?” จู่ ๆ เธอก็คิดถึงสภาพที่อยู่ภายใต้แรงกดดันขึ้นมา“ตอบให้ตรงประเด็นด้วยค่ะ!” หลินจื่อเซี๋ยวยังยื่นรีโมตทีวีจ่อไปที่ปากของเพื่อนรัก “รีบพูดเร็ว ฉันกังวลจะตายแล้วเนี่ย!”“เขาคิดจะตามฉันไปหาเด็ก ๆ” อันโหรวตอบไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันพูดจบ ใบหน้าของหลินจื่อเซี๋ยวก็ซีดราวกับถูกฟ้าผ่าลงมา“เขาเห็นหยางหยางแล้วเหรอ?” หลินจื่อเซี๋ยวกลืนน้ำลาย ถึงแม้ว่าจิ่งเป่ยเฉินจะไม่ได้ให้กำเนิดมา แต่หน้าตาก็ละม้ายคล้ายคลึง ไม่ว่าใครต่างก็ต้องสงสัยกันบ้างอันโหรวส่ายหน้า ก่อนจะพูดขึ้นว่า “แค่เกือบ…”เมื่อเธอคิดถึงเรื่องที่น่าตกใจเมื่อตอนบ่ายอีกครั้ง ก็พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้“อันโหรวของฉัน เธอห้ามพูดโกหกนะ ตอบในครั้ง