สิ่งที่นับว่าโชคดีในตอนนี้คือพวกเขาไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน!”ถ้าไม่อย่างนั้นละก็ คงถูกตรวจสอบไปนานแล้ว ถังซั่วเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอแล้ว แม้ว่าเธอจะใส่แว่นกันแดดก็ตามหลินจื่อเซี๋ยวตบไปที่ไหล่ของเพื่อน “นี่ก็นับว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงพอกัน ด้วยมันสมองของฉันคงคิดหาวิธีแก้ไขไม่ได้หรอก ดูท่าคงต้องไปนอนก่อน เผื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะมีไอเดียอะไรดี ๆ บ้าง”ทางด้านอันโหรวเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้ ทั้งสองคนจึงรีบเข้านอนและค่อยพูดเรื่องเหล่านี้กันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเมื่อขับรถไปถึงชั้นใต้ดินของบริษัทจิ่ง หลินจื่อเซี๋ยวก็หันหน้าไปมองอันโหรวด้วยความตกใจ “อันโหรว พวกเราลืมอะไรไปหรือเปล่า?”เมื่อเธอหันกลับไปมองเบาะหลังรถก็ไม่มีใครอยู่สักคน “เรายังไม่ส่งเด็ก ๆ ไปเรียนเลยนี่!”“ฉันบอกให้พวกเขาลา” อันโหรวเปิดประตูรถลงมาอย่างใจเย็น “จนกว่าฉันจะคิดหาวิธีดี ๆ ได้ ฉันจะให้พวกเขาอยู่บ้านไปก่อน”“เธอนี่มันร้ายกาจจริง ๆ นะ ไปเรียนวันเดียวก็ขอลาซะแล้ว” หลินจื่อเซี๋ยวลงจากรถตามมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นว่า “แต่งหน้าแบบนี้มันส่งผลต่อผิวของเธอหรือเปล่า?”อันโหรวกำลังจะตอบกลับไป แต่ทันใดนั้นก็ยินเสียงหัวเราะของคนที่อยู่ด้านหลังดังขึ้นซะก่อน “แต่งหน้าแบบนี้ ถ้าหากไม่ใช่หน้าน่าเกลียดอยู่แล้วจะเป็นยังไงล่ะ!”ใบหน้าของอันโหรวพลันเปลี่ยนเป็นเฉยเมย ตัวเธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะแ