ัน “เข้ามาสิ”ฉิวซีเดินตามพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเข้าไปก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาว่า “ไม่ใช่คุณ”ฉิวซีผงะรีบถอยหลังกลับทันที ก่อนจะเดินไปอยู่ด้านหลังของพวกเขาอย่างอับอายฉีเซิ่งเทียนยื่นมือไปกดปุ่ม ‘เปิด’ ค้างไว้ ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เลขาหลินกับอันอีหาน!”เมื่อเรียกชื่อทั้งสองคน ทั้งสองคนก็ไม่รีรอรีบเดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ หลินจื่อเซี๋ยวรู้สึกเป็นกังวลมาก เมื่อฉีเซิ่งเทียนจับข้อมือของเธอและพูดขึ้นว่า “จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกหิวขึ้นมา เธอไปกินข้าวกับฉันดีกว่า”“อะ…..” หลินจื่อเซี๋ยวยังไม่ทันตอบกลับก็ถูกดึงออกจากลิฟต์ไปทันที ส่งผลให้ลิฟต์ที่ปิดลงต่อหน้าของเธอ มีแค่อันโหรวกับประธานจิ่งเท่านั้นอันโหรว ขอให้เธอมีความสุขมาก ๆ นะ!
อันหยางกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขานั้นไม่มีร่องรอยของความเสียใจเลยสักนิด แม้ว่าน้องสาวจะร้องไห้อย่างเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ช่างเหมือนกับจิ่งเป่ยเฉินไม่มีผิด
“หน่วนหน่วน เดี๋ยวแม่จ๋าบันทึกไว้ให้หนูทีหลังนะ พี่ชายของหนูเองก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก” อันโหรวนั่งยอง ๆ ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้น ศีรษะน้อย ๆ ของอันหน่วนพิงไปที่ไหล่ของผู้เป็นแม่ พลางร้องไห้ขี้มูกโป่งอย่างสะอึกสะอื้นอันโหรวพาอันหน่วนออกไป ก่อนจะพูดขึ้นว่า “แม่จ๋าเข้าใจหนูนะ ไม่เป็นไร”“อือ” อันหยางพยักหน้าเมื่อหลินจื่อเซี๋ยวเข้ามาในห้องก็ได้เห็นเหตุการณ์นี้