่าน ทำให้เหลียวเว่ยจับจ้องมาที่ตัวเธอ ก่อนจะขยับตัวเดินไปทางอันโหรว เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องขึ้นภายในสตูดิโอที่เงียบสงบตามจังหวะการก้าวเดินของเธอ“คุณนายโอวหยางคิดว่าฉันจะเกี่ยวข้องกับนักเรียนพวกนั้นด้วย? หรือว่ารสนิยมของประธานโอวหยางจะเปลี่ยนไป?” เสียงหัวเราะและใบหน้าที่เย้ยหยันของอันโหรวเผยขึ้นให้เห็น“เธอชื่อว่าอะไร?” เหลียวเว่ยจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นถึงสีหน้าที่ระแวดระวัง“ขอโทษด้วย ดูท่าฉันไม่คิดอยากจะตอบคำถามคุณนายโอวหยางหรอกค่ะ” เพราะว่าไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องเหยียบย่ำพวกนี้ไว้ใต้เท้าของเธอให้ได้ แต่แน่นอนว่ายังไม่ใช่ตอนนี้หรอก“อันอีหาน!” ทันใดนั้นเสียงของฉิวซีก็ดังขึ้น“อัน อี หาน?” เหลียวเว่ยสะกดชื่อของเธอ ในหัวกลับคิดถึงชื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คนที่ทำให้เธอเสียหน้าในงานแต่ง“ใช่ อันอีหาน พี่ชายโอวหยางชอบจับจ้องไปที่ตัวเธออย่างหลงใหล และเขาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นไม่ชอบฉันแล้ว” เหอเหมียวถือโอกาสพูดเสริมอันโหรวเหลือบมองเธอและยิ้มเล็กน้อย “เหอเหมียว การหยิบยืมมือที่สามไม่สามารถแก้ปัญหาให้เธอได้หรอกนะ อย่างน้อยเธอก็ควรหาใครสักกคนที่จะโน้มน้าวให้คุณนายโอวหยางเชื่อได้มากกว่านี้ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าสายตาของประธานโอวหยางจะผิดพลาดมาชอบผู้หญิงที่มีใบหน้าซีดเหลืองที่ให้กำเนิดลูกถึงสองคนแล้วแบบฉัน”“ให้กำเนิดลูกนับว่าเป็นเรื่องที่ดี ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า” จิ่งเป่ยเฉินเดินเข้า