เองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย สั่งมาเยอะ ๆ อีกชุดหนึ่งละกัน” จิ่งเป่ยเฉินพูดจบก็หันหลังกลับไป ก่อนจะทำท่าทีราวกับคนที่เพิ่งกินข้าวเสร็จหลินจื่อเซี๋ยวกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อ “เมื่อกี้เธอได้ยินอะไรหรือเปล่า จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกนะ”อันโหรวได้ยินที่เธอพูดแต่ก็ไม่ได้อะไร และกำลังคิดว่าจะเอาอาหารไปให้เธอดีไหม เขานั้นร้ายกาจมาก อยากดื่มอะไรก็จะเอา อยากกินอะไรก็จะเอา“ไม่เป็นไร ฉันจะดูแลหยางหยางกับหน่วนหน่วนก่อน แล้วเดี๋ยวจะเอาไปให้พวกเธอนะ” เธอพูดจบก็สงบสติอารมณ์ขุ่นเคือง“แม่จ๋า แม่จะเอาอาหารไปให้น้าจื่อเซี๋ยวยังงั้นเหรอ?” อันหยางเงยหน้าขึ้นมองอันโหรวเมื่อได้ยินคำว่า ‘พวกเธอ’ นั่นเป็นไปได้ว่าหลินจื่อเซี๋ยวไม่ได้อยู่คนเดียว แต่อีกคนนั้นจะเป็นใคร จะใช่ผู้ชายที่ทำไม่ดีกับแม่จ๋าหรือเปล่า“อืม แม่จะรีบไปรีบกลับ รีบกินข้าวเถอะ” เธอคิดวิธีแก้ปัญหาไว้เรียบร้อยแล้วและก็หวังว่าคืนนี้มันจะได้ผล!เมื่อเธอดูแลเด็กน้อยทั้งสองให้เข้าห้องนอนเสร็จเรียบร้อยก็รีบมุ่งหน้าไปที่บริษัท พร้อมกับถุงเก็บความร้อนที่บรรจุอาหารไว้สองชุด อันโหรวขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสิบห้า ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของหลินจื่อเซี๋ยวเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินเข้ามา หลินจื่อเซี๋ยวก็รีบเอ่ยถามทันที “อันโหรวเป็นยังไงบ้าง ฉันรู้สึกว่านี่ไม่ค่อยดีเลยนะ”หลินจื่อเซี๋ยวรู้ว่าตอนนี้สีหน้าของเธอนั้นเป็นกังวลมากแค่ไหน “วันนี