หน หรือจะต้องหาจากต่างประเทศ?สุดท้ายท่ามกลางความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นภายในใจ ในที่สุดก็ได้ถึงเวลาเลิกงานสักทีเธอรีบเดินออกจากบริษัทไปอย่างไม่ลังเล จิ่งเป่ยเฉินดูคลุ้มคลั่งตามหาตัวเธอแบบนี้ มีหวังเธอคงหนีเขาไม่พ้นแน่ ๆเธอไม่อยากจะคิดว่าถ้าหลังเลิกงานต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาแบบตัวติดกันแบบนี้ ไหนจะมีงานเลี้ยงอะไรนั่นอีก แค่คิดเธอก็รู้สึกรำคาญแล้วเธอไม่ได้รอหลินจื่อเซี๋ยวแต่อย่างใด พลันรีบขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านในทันทีทันทีที่เปิดประตูเข้าไป อันหน่วนก็กระโดดเข้ามาหาแม่ของตนทันที “แม่จ๋า!”“แม่จ๋าจะไปทำกับข้าวให้ลูกกินดีไหม? ทำระหว่างรอน้าจื่อเซี๋ยวกลับมา ดีหรือเปล่า?” เธอก้มหน้าลงและจูบหน้าผากของลูกสาวก่อนจะเดินเข้าไปด้านในแต่หลังจากผ่านมื้ออาหารค่ำ หลินจื่อเซี๋ยวก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา อันโหรวคิดว่าควรโทรหาเธอสักหน่อยเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากปล่อยโทรศัพท์ดังขึ้นอยู่หลายครั้ง เธอก็กดรับด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ฉันกำลังทำงานล่วงเวลา พวกเธอกินก่อนเลย ไม่ต้องห่วงฉัน”“คืนนี้น่าจะยุ่งอีกนาน ให้เขาเอาข้าวมาให้หน่อยสิ” หลินจื่อเซี๋ยวมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินด้วยท่าทีหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเธอถึงไม่ได้รู้ตัวเลยนะ“ประธานจิ่ง ฉันคิดว่ามันไม่จำเป็นหรอกค่ะ เดี๋ยวสั่งอาหารเอาก็ได้” หลินจื่อเซี๋ยวเอามือปิดไมค์พลางพูด เธอไม่อยากให้อันโหรวได้ยินเสียงของจิ่งเป่ยเฉิน“เอางั้นเหรอ ฉัน