่อถ้าหากฉิวซีไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมใด ๆ สักวันหนึ่งตำแหน่งที่เธอมีจะต้องถูกอันอีหานแย่งไปอย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเด็ดขาด!“อันอีหาน ไม่ต้องดิ้นรนไปหรอก ตอนนี้ไม่ว่ายังไงก็ไร้ประโยชน์” ฉิวซียืนอยู่ที่โต๊ะทำงานพลางเอ่ยพึมพำ หวังจะทำให้อันอีหานเสียสมาธิ“หัวหน้าทีมฉิวซีช่วยเงียบด้วยค่ะ ถ้าว่างมากคุณก็นั่งแคะเล็บของคุณไปก็ได้” อันโหรวไม่ได้เงยหน้ามอง แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา“เธอ….” ฉิวซีโมโหจนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เธอโกรธหน้าสั่นจนแป้งบนใบหน้าถึงกับหลุดออก ก่อนจะก้มลงเพื่อเช็ดมันด้วยความอับอายอันโหรวขี้เกียจจะสนใจเธอ จึงตั้งใจจดจ่ออยู่กับงานและตรวจสอบเทปบันทึกทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนจะเขียนลงในสมุดบันทึกเล็ก ๆ ของเธอในขณะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน โทรศัพท์บนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น ด้วยความไม่ทันระวัง เธอจึงสะดุ้งตกใจโทรศัพท์นี้เป็นสายที่โทรมาจากอันหยาง อันโหรวรีบรับโทรศัพท์และพูดขึ้น “หยางหยาง ลูก….”เธอยังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกเด็กน้อยตัวเล็กพูดแทรกขึ้นมาก่อน“แม่จ๋า หน่วนหน่วนหายไปแล้ว!” อันหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ปกติแล้วเขามักเป็นคนที่ใจเย็นเหมือนกับผู้ใหญ่ในร่างเด็กมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้เขารู้สึกตื่นตระหนกจนแทบหาสติไม่เจอหัวใจของอันโหรวแทบจะหยุดเต้น “หน่วนหน่วน เกิดอะไรขึ้น ทำไ