โทรศัพท์ก็แจ้งประกาศขึ้นมันถูกเขียนมาว่า เหลือโอกาสครั้งสุดท้าย
“ให้ตายสิ!” จิ่งเป่ยเฉินด่าทอไปหนึ่งทีด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะลุกขึ้น เพื่อเดินไปยังตู้ถังไวน์ในห้องเก็บไวน์ชั้นดี เขาหยิบแก้วไวน์ที่อยู่ใกล้ๆนั้น และเปิดก๊อกออก ให้ไวน์นั้นไหลออกมาอย่างช้าๆ
เขาจับไปยังส่วนที่โค้งมนๆของตัวแก้วไวน์ ก่อนจะไปนั่งลงที่เตียง เขายกมันขึ้นมาจิบสักเล็กน้อย และวางไว้ที่ข้างเตียง พร้อมกับกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เมื่อสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก็เตรียมพร้อมลงมือกับโอกาสสุดท้ายที่อยู่ตรงหน้า
“เขียนรหัสผ่าน บางทีอาจจะเป็นตัวเลขที่สำคัญกับอันอีหานก็ได้ ว่าแต่ตัวเลขพวกนั้นคืออะไรที่มันเป็นของอันอีหานกันนะ”
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเขา ชั่วครู่นึกถึงอันโหรวและป้อนตัวเลขออกไป มันเป็นตัวเลขที่โอวหยางลี่กับเหลียวเว่ยหมั้นหมายกัน
ในที่สุดโทรศัพท์ก็แสดงข้อความผิดพลาด ก่อนจะปิดตัวเครื่องไป และหน้าจอก็มืดดับลง
จิ่งเป่ยเฉินยกแก้วไวน์จากข้างเตียง ขึ้นมาจิบในอึกเดียว ก่อนจะวางโทรศัพท์อันโหรวไว้ที่ข้างเตียง และไม่คิดจะแก้รหัสผ่านอะไรอีกเลย ท้ายที่สุดก็หลับไปจนได้
ภายในอพาร์ทเม้นท์ของหลินจื่อเซี๋ยว
อันโหรวที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ตัวเธอนั้นกลิ้งไปกลิ้งมา ด้วยท่าทีที่วิตกกังวล รหัสผ่านเธอนั้นล็อคสองชั้น รหัสเดาแบบภาพนั้นง่ายมากนัก ส่วนรหัสให้กรอกตัวเลข อันนี้สิเดาว่าไม่ยาก
เพราะรหัสตัวเลขพวกนั้นคือวันที่เธอบินไปยังอังก