ฤษเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งตัวเธอตั้งเตือนเอาไว้ ว่าไม่ให้ตัวเธอหยุดก้าวเดินต่อไป
แม้ว่าจิ่งเป่ยเฉินจะเคยสงสัยเรื่องนี้ หากคาดเดาเข้าจริงๆ มันก็คงปลดล็อคได้ พอถึงตอนนั้นเธอคง….
ในที่สุดก็นอนไม่หลับจนฟ้าสาง อันโหรวลุกขึ้นจากเตียงด้วยดวงตาที่เหมือนกับหมีแพนด้าคู่หนึ่ง ตอนนี้เธอกำลังผูกผ้ากันเปื้อนด้วยท่าทีที่สง่างาม และเริ่มเตรียมอาหารเช้าด้วยความรักเข้า
อันหน่วนตื่นขึ้น และรีบเดินออกมาด้วยรองเท้าแตะหัวกระต่ายสีชมพู ดวงตาของเธอยังพร่ามัว และทำท่าเหมือนกับเด็ก ออดอ้อนไปที่แม่ของตน “แม่จ๋า กอดกอด”
อันโหรวอุ้มเธอมาวางไว้ที่เก้าอี้ และป้อนอาหารให้เธอกิน “หน่วนหน่วนรีบกินข้าวเช้าเร็ว”
“แม่จ๋า เท้าแม่ไปโดนอะไรมาคะ?” อันหน่วนสังเกตเห็นถึงอาการบาดเจ็บที่เท้าของแม่ตน แขนเล็กๆของเธอขยับไปมาเพื่อคิดจะดูด้านล่าง แต่ก็ถูกอันโหรวห้ามปราบไว้
“แม่จ๋าไม่เป็นอะไร ลูกรีบกินอาหารเช้าให้เสร็จไวๆล่ะ เดี๋ยวแม่จ๋าต้องรีบไปทำงานแล้ว”
หลินจื่อเซี๋ยวที่กำลังทานโจ๊กอยู่นั้น เมื่อได้ยินคำพูดของอันโหรวเข้า ข้าวก็แทบจะพุ่งออกมาทันที “โหรวโหรว เท้าเธอเจ็บอยู่แบบนี้ บางทีไม่ต้องไปทำงานก็ได้ ให้ฉันช่วยขอลาให้เองจะดีกว่านะ”
อันหยางเดินออกมาจากห้องในที่สุด ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยและพูดขึ้น “แม่จ๋า แม่ไม่ต้องไปทำงานหรอก”
“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก พอดีเมื่อคืนประธานจิ่งบอกว่า ไว้หายดีแล้วค่อยไปทำงานได้” อันโหรวพูดขณะเตรียมกระเป๋าทำง