ือถือของฉันอยู่กับเธอรึเปล่า?”
“ฉันยังไมได้เห็นโทรศัพท์มือถือเธอเลยนะ” หลินจื่อเซี๋ยวส่ายหัว เมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังของเพื่อนรัก มันก็ทำให้อันโหรวเกิดความตึงเครียด หลินจื่อเซี๋ยวเห็นท่าทีแบบนี้จึงรีบไถ่ถามออกไป “เป็นอะไรไป? โทรศัพท์หายก็ซื้อใหม่ได้ ถ้าเธอไม่มีเงิน ฉันซื้อให้ก็ได้นะ”
อันโหรวขมวดคิ้ว ภายในใจรู้สึกกระวนกระวายขึ้นทุกที “ในโทรศัพท์ฉันมีหลายอย่างที่ค่อนข้างสำคัญ แย่แน่ ถ้าหากมีคนรู้จักหยิบไปละก็ซวยแน่ๆ!”
หลินจื่อเซี๋ยวเห็นอันโหรวตื่นตระหนกขนาดนี้เป็นครั้งแรก ก็ไม่รู้จะปลอบเธออย่างไรดี ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อคิดถึงเรื่องนี้ สักพักนึง ดวงตาของหลินจื่อเซี๋ยวก็เป็นประกาย ก่อนจะพูดเสียงดังไปว่า “เป็นประธานจิ่ง! โทรศัพท์มือถือของเธออาจจะถูกประธานจิ่งหยิบไปก็ได้นะ!”
“อะไรนะ?” อันโหรวจับไปที่ไหล่ของเพื่อนรักทันที ก่อนจะเขย่าเล็กน้อย ใบหน้าที่ขาวๆ ตอนนี้กลับมีเส้นเลือดบูดโบนขึ้นมาเล็กน้อย
ถ้าเกิดเป็นจิ่งเป่ยเฉินได้เห็นความลับที่อยู่ในโทรศัพท์แล้วละก็ เป็นไปได้ว่าเขาจะรู้เรื่องทุกอย่าง และพอถึงตอนนั้นเองก็…..
เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิด เพราะว่าผลลัพธ์ที่จะตามมาต้องร้ายแรงน่าดู
หลินจื่อเซี๋ยวเมื่อเห็นเพื่อนของตนเคร่งเครียด ทั้งยังดูตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา เธอจึงเอ่ยประโยคพูดขึ้น “บางทีอาจจะไม่ใช่ประธานจิ่งหยิบโทรศัพท์ไปก็ได้นะ ฉันแค่เห็นเขาออกจากชั้นใต้ดิน ช่วงเวลานั้นเขาก็ถามว่าคล