ลือคุณเต็มที่จนกว่าคุณจะพอใจ”หลี่เฉิงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันและพูดไปว่า “ผมไม่ได้มีข้อกังวลหรือคิดเรื่องไหนหรอก สกุลจิ่งของพวกคุณทำให้ผมพอใจเป็นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าผมไม่ต้องการเซ็นสัญญากับสกุลจิ่ง และก็ไม่ยอมตกลงเงื่อนไขที่จะถูกฮุบไปด้วย”“ทำไม……..” หลินจือเซี๋ยวยังไม่ทันพูดจบ ประตูกระจกใสของห้องประชุมก็เปิดออกขึ้น….“ท่าทีของผอ.หลี่ที่ดูจริงจังและแน่วแน่ เห็นทีคงได้เจรจากับกลุ่มโอวหยางไปนานแล้วใช่ไหม?”จิ่งเป่ยเฉินค่อยๆเดินก้าเข้ามา ก่อนจะดันประตูออกจนทำให้หลี่เฉิงถอยหลังกลับไปอยู่ที่ที่เดิม“ประธานจิ่ง คุณกลับมาแล้วเหรอคะ!” หลินจือเซี๋ยวเผยสีหน้าแววตาด้วยความดีใจ ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อครู่หลี่เฉิงคิดอยากจะออกไป ซึ่งเธอเองก็ตื่นตระหนกพอสมควร ตอนนี้ประธานจิ่งกลับมาแล้ว แน่นอนครั้งนี้เรื่องทุกอย่างคงจัดการได้ง่ายมากขึ้นฉีเซิ่งเทียนก็โล่งอกไม่ใช่น้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปตบที่ไหล่ของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตัวเองท่าทางและอารมณ์ของจิ่งเป่ยเฉินนั้นช่างดูโอ่อ่า เขานั่งไขว้ห้างโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ก่อนจะเผยดวงตาสีดำสนิท เอ่ยออกไปว่า “หลี่เฉิง เป็นคนที่เจ้าเล่ห์เสียจริงๆนะ ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกับสกุลจิ่งเรื่องเจรจาธุรกิจ แต่แล้วพอเจอกลุ่มโอวหยางยื่นข้อเสนอไปหน่อย ผู้อำนวยการหลี่ก็คิดจะตุกติกกับผมและสกุลจิ่งด้วยอย่างงั้นเหรอ?”หลี่เฉิงกำก