ที่สามารถทนอยู่กับจิ่งเป่ยเฉินได้นานถึงเพียงนี้“ผู้อำนวยการหลี่ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง?” ฉีเซิ่งเทียนเอนหลังพิงเบาะก่อนจะนั่งไขว้ห้าง เขาค่อนข้างดูขี้คร้านและดูมุทะลุ แต่มันก็ยากเกินกว่าจะเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของเขาหากไม่ใช่ว่าเป็นกลุ่มในเครือโอวหยางกับสกุลจิ่งอยู่ พวกเขาคงไม่ต้องทำตัวน่ารำคาญถึงเพียงนี้ สกุลเห่อเป็นแค่เศษเนื้อเพียงชิ้นเล็กๆ หากไม่มีโอวหยางมาขัดขวาง ป่านนี้คงถูกฮุบกิจการไปตั้งนานแล้วหลี่เฉิงเดิมทีไม่ได้ตั้งใจฟังอย่างละเอียดเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้าที่จะพบกับสกุลจิ่งเขาได้พบกับโอวหยางลี่มาก่อน ทั้งยังรู้สึกสนใจกับเงื่อนไขที่เขาเสนอเมื่อตอนนั้นเป็นอย่างมาก“ต้องขอโทษด้วย แต่ฉันคิดว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอก สกุลจิ่งนับว่ามีชื่อเสียงไม่เลว แต่ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยร่วมมือกันเถอะ” หลี่เฉิงเอ่ยด้วยสีหน้าที่ตรงไปตรงมา แม้ปากจะเอ่ยด้วยปฏิภาณไหวพริบ ที่ไม่มีช่องว่างให้พูดแทรก เขาลุกขึ้นพร้อมกับกระเป๋าเอกสารในมือและคิดจะออกไปโดยทันทีหลินจือเซี๋ยวในใจกลับร้อนรนมากขึ้น ฉีเซิ่งเทียนเองก็กังวลเฉกเช่นเดียวกัน เขายืนขึ้นพร้อมขวางหลี่เฉิงตรงหน้า ก่อนจะเผยสีหน้าแววตาที่เรียบเฉยออกไป “ผู้อำนวยการหลี่ แบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่?”หลินจื่อเซี๋ยวเอ่ยปากเสริม “ผู้อำนวยการหลี่ ท่านมีความกังวลตรงส่วนไหนหรือเปล่าคะ สามารถเสนอให้กับพวกเราได้นะ แน่นอนว่าสกุลจิ่งเองก็ยินดีช่วยเห