่อว่าการที่บริษัทเราซื้อหุ้นกิจการต่อจากพวกท่านไป จะช่วยให้สกุลเห่อกลับมารุ่งโรจน์ใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน”
หลินจื่อเซี๋ยวพูดไปในขณะที่มือกำลังกดปุ่มควบคุม PPT ส่วนทางด้านโปรเจ็กเตอร์เองก็ฉายภาพไปมา ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นและเริ่มกล่าวต่อไปว่า “ในกราฟภาพนี้ เราสามารถตรวจดูได้ว่าตลาดหยกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการแสดงเส้นกราฟเป็นแนวตรง แนวโน้มที่ดูสูงขึ้นกว่าเก่า เห็นได้ชัดว่าความต้องการของตลาดในผู้ผลิตหยกมีสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างมาก แต่สถานการณ์ตอนนี้ สกุลเห่อเองก็อยู่ในช่วงขาลง ผลิตหยกได้ไม่ดีเหมือนเช่นเคย หากสกุลจิ่งซื้อหุ้นไป และมีผู้บริหารอย่างสกุลจิ่ง ดิฉันเชื่อได้ว่ามันจะกลับมาอยู่จุดสูงสุดแน่นอน”
ฉีเซิ่งเทียนกำลังจับจ้องไปที่หลินจือเซี๋ยว เธอกำลังอธิบายและวิเคราะห์ในแง่ตลาดของหยก นับได้ว่าครอบคลุมเป็นอย่างมาก ประเมินความสามารถของเธอได้ต่ำไปจริงๆ แล้วรูปแบบของการกระทำที่ดูเฉียบคม รวดเร็วและตรงเข้าประเด็นแบบนั้น ไม่แปลกใจที่สามารถทนอยู่กับจิ่งเป่ยเฉินได้นานถึงเพียงนี้
“ผู้อำนวยการหลี่ ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง?” ฉีเซิ่งเทียนเอนหลังพิงเบาะก่อนจะนั่งไขว้ห้าง เขาค่อนข้างดูขี้คร้านและดูมุทะลุ แต่มันก็ยากเกินกว่าจะเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของเขา
หากไม่ใช่ว่าเป็นกลุ่มในเครือโอวหยางกับสกุลจิ่งอยู่ พวกเขาคงไม่ต้องทำตัวน่ารำคาญถึงเพียงนี้ สกุลเห่อเป็นแค่เศษเนื้อเพียงชิ้นเล็กๆ หากไม่มีโอวหยางมา