ขัดขวาง ป่านนี้คงถูกฮุบกิจการไปตั้งนานแล้ว
หลี่เฉิงเดิมทีไม่ได้ตั้งใจฟังอย่างละเอียดเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้าที่จะพบกับสกุลจิ่งเขาได้พบกับโอวหยางลี่มาก่อน ทั้งยังรู้สึกสนใจกับเงื่อนไขที่เขาเสนอเมื่อตอนนั้นเป็นอย่างมาก
“ต้องขอโทษด้วย แต่ฉันคิดว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอก สกุลจิ่งนับว่ามีชื่อเสียงไม่เลว แต่ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยร่วมมือกันเถอะ” หลี่เฉิงเอ่ยด้วยสีหน้าที่ตรงไปตรงมา แม้ปากจะเอ่ยด้วยปฏิภาณไหวพริบ ที่ไม่มีช่องว่างให้พูดแทรก เขาลุกขึ้นพร้อมกับกระเป๋าเอกสารในมือและคิดจะออกไปโดยทันที
หลินจือเซี๋ยวในใจกลับร้อนรนมากขึ้น ฉีเซิ่งเทียนเองก็กังวลเฉกเช่นเดียวกัน เขายืนขึ้นพร้อมขวางหลี่เฉิงตรงหน้า ก่อนจะเผยสีหน้าแววตาที่เรียบเฉยออกไป “ผู้อำนวยการหลี่ แบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่?”
หลินจื่อเซี๋ยวเอ่ยปากเสริม “ผู้อำนวยการหลี่ ท่านมีความกังวลตรงส่วนไหนหรือเปล่าคะ สามารถเสนอให้กับพวกเราได้นะ แน่นอนว่าสกุลจิ่งเองก็ยินดีช่วยเหลือคุณเต็มที่จนกว่าคุณจะพอใจ”
หลี่เฉิงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันและพูดไปว่า “ผมไม่ได้มีข้อกังวลหรือคิดเรื่องไหนหรอก สกุลจิ่งของพวกคุณทำให้ผมพอใจเป็นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าผมไม่ต้องการเซ็นสัญญากับสกุลจิ่ง และก็ไม่ยอมตกลงเงื่อนไขที่จะถูกฮุบไปด้วย”
“ทำไม……..” หลินจือเซี๋ยวยังไม่ทันพูดจบ ประตูกระจกใสของห้องประชุมก็เปิดออกขึ้น….
“ท่าทีของ