เหรอ? นายเป็นบ้าไปแล้วเรอะ?”
“เมื่อครู่ตอนฉันโทรหานาย ฉันได้ยินเสียงของโหรวโหรว หรือว่านายพาเธอไปซ่อนกัน?”
บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ไม่เว้นแม้แต่ร้าน KFC ที่ดูครึกครื้น ถังซั่วไม่ชอบให้ผู้คนมาจับจ้องราวกับเห็นพวกเขาเป็นสมบัติของชาติ จึงเก็บอารมณ์และท่าทาง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง “พูดที่นี่คงไม่เหมาะ มีเรื่องอะไรเอาไว้เราค่อยกลับไปพูดกันเถอะ”
จิ่งเป่ยเฉินสูดลมหายใจเข้าอย่างคับแค้นใจ ก่อนจะบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง และเดินไปที่ลานจอดรถ
เมื่ออยู่ภายในรถ ถังซั่วก็เอ่ยปากพูดขึ้น “ผู้หญิงคนนั้นที่นายไม่ยอมปล่อยไป ใช่คนเดียวกับอันโหรวเมื่อห้าปีก่อนยังงั้นเหรอ?”
ดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินฉายแววตาที่เย็นยะเยือกขึ้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีที่เย็นชา “ถังซั่ว นายซ่อนโหรวโหรวไว้รึเปล่า? เพราะแบบนี้ฉันถึงหาเธอไม่เจอยังงั้นสินะ!”
ภายในรถถังซั่วเริ่มจุดบุหรี่ขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะคาบมาไว้ที่ปากของตัวเอง และค่อยๆพ่นควันออกไปอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “แต่ไหนแต่ไรฉันไม่เคยเห็นอันโหรวมาก่อน แล้วนับประสาอะไรที่คนอย่างฉันต้องมาทำเรื่องพวกนี้ด้วยล่ะ”
เขาไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรจิ่งเป่ยเฉินถึงได้คิดเช่นนี้ เขาดูไม่พอใจกับคำถามของพี่ชายของตนสักเท่าไหร่ ในใจของเขานั้นก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น “ได้ ฉันเชื่อใจนาย แต่ทว่าฉันได้ยินเสียงของโหรวโหรวจริงๆ และฉันเองก็เช