็วของรถยิ่งมากขึ้นมากขึ้น ตรงข้อมือจิ่งเป่ยเฉินเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมาที่หลังมือ ริมฝีปากของเขานั้นยังคงกัดไปมา อารมณ์ความโกรธนั้นปะทุและเผยให้เห็นถึงไอเย็น
อันโหรวเองก็ฉลาดมากพอ เมื่อมองดูผู้ชายคนนี้กำลังโกรธ เธอก็ยังเอ่ยประโยคไปอีกว่า “หยุดรถ ฉันต้องการจะลง!”
จิ่งเป่ยเฉินไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่จะใช้หางตามองเธอแต่อย่างใด แต่กลับตอบกลับเธอด้วยเสียงคันเร่งรถที่เร่งขึ้นไปอีก
อันโหรวหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาหนึ่งครั้ง ก่อนจะถอดรองเท้าส้นสูงของเธอและยื่นออกไปเพื่อหวังจะเปิดประตูรถโดยไม่สนใจอะไร ไม่ช้าเธอก็ดึงเข็มขัดนิรภัยออก และรีบลุกขึ้นเพื่อหวังจะกระโดดออกจากรถ
“อันอีหาน นี่เธอบ้าไปแล้วเรอะ!” จิ่งเป่ยเฉินหัวใจเต้นรัวๆเมื่อเห็นอันอีหานที่คิดอยากจะกระโดดลงจากรถ เขารีบเหยียบเบรกอย่างรวดเร็ว ตัวยางล้อรถนั้นถูกับพื้นด้วยความเร็วสูง ดัง “เอี๊ยดดด”
ก่อนที่รถจะหยุดสนิท อันอีหานก็ได้กระโดดลงจากรถไป และไหลตกลงไปบนถนน พร้อมกับกลิ้งไปมาอยู่หลายครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินตกใจสะดุ้งเฮือก รีบเปิดประตูรถและลงไปดู
“เป็นยังไงบ้าง ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เขาคุกเข่าย่อตัว และรีบดึงอันอีหานขึ้นมา เพื่อตรวจดูว่าเธอมีอะไรบาดเจ็บบ้างรึเปล่า
แต่ทว่าอันอีหานกลับผลักเขาออกไป และค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเผยสีหน้าที่เย็นชา “ประธานจิ่ง หวังว่าหลังจากนี้คุณจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้นะคะ อย่ามาโกรธตาม