ไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก ด้วยการจับจ้องไปยังโอวหยางลี่ และเมื่อเธอมองไปที่ประตูหลังก็เห็นอันโหรว ไม่นานดวงตาของเธอก็พลันเปลี่ยนไปโดยทันที
ทำไมเป็นหญิงชราคนนี้อีกแล้ว?
โอวหยางลี่ฟื้นสติกลับมาได้ จากนั้นก็มองเข้าไปใกล้ๆก็รู้ว่าเป็นอันอีหาน ดวงตาที่เปล่งแสงก็พลันหรี่ลงโดยทันที
เหอะ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ทำตัวไร้สาระแบบนี้ โหรวโหรวโกรธเขาจะตาย ไม่มีทางมีหน้ามาพบกับเขาได้หรอก
อันโหรวไม่ได้รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย ในมือหยิบรับแชมเปญจากบริกร ท่วงท้าสง่างามที่ดั่งปลาที่แหวกว่ายอยู่บ่อน้ำ
สิ่งนี้เอง ก็ทำให้จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกพึงพอใจมากนัก
“เห็นชายที่อยู่ข้างๆโอวหยางลี่รึเปล่า?” จิ่งเป่ยเฉินโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเธอ เมื่อพูดจบก็เม้มปากที่ดูสมบูรณ์มากนัก และเอ่ยขึ้นต่อไปว่า “ชายคนนั้นมีชื่อว่าหลี่เฉิง เหมือนดั่งกระดูกสันหลังของสกุลเห่อ อีกอย่างข้างกายของหลี่เฉิงนั้นก็คล้ายๆกัน พวกคนเก่าแก่ของสกุลเห่อล้วนแล้วแต่ติดตามพวกคนเก่าๆแก่อย่างพวกเขา เพียงแต่ว่าตราบใดที่สกุลจิ่งสนใจ มีหรือที่สกุลเห่อจะต้านทานไหวได้”
“อย่างที่ว่า คุณจะพาฉันไปเป็นนักการทูตหรือยังไง?” อันโหรวหันศีรษะของเธอ พลางมองตากะพริบ เมื่อได้ฟังสิ่งที่เขาพูด เธอก็เข้าใจได้โดยทันที
“ผมจะให้คุณ….พิสูจน์โอกาสของตัวเอง” จิ่งเป่ยเฉินหัวเราะเบาๆ แต่ดวงตาของเขานั้นจับจ้องและไม่สนใจดวงตาของเธอเลยแม้แต่น้อย
จริงๆแล้ว เมื่อเขามองดูรูปร่างของเธ