อเขาก็หนักใจเช่นกัน
เสียงในใจของเขานั้นมันบอกกับเขามาว่า คนๆนี้คือโหรวโหรว โหรวโหรวที่เป็นของเขา
ทั้งสองคนดูใกล้ชนิดสนิทสนมกันมาก ฉากกระซิบที่ดูคลุมเครือเช่นนี้ถูกโอวหยางลี่จ้องมองอยู่ตลอด มันทำให้เขารู้สึกอัดอัดและไม่ชอบใจมากนัก
แม้ว่าจะเตือนตัวเองอยู่ในใจ ว่าคนๆนั้นไม่ใช่อันโหรว แต่ทว่าโอวหยางลี่ก็กลับทนไม่ไหว อารมณ์ของเขานั้นกลับถูกเธอกระชากและไม่คงที่มันรู้สึกไม่ไหวเสียจนอยากจะแยกพวกเขาที่อยู่ข้างหน้าให้พ้นๆซะไป
เหอเหมียวเหลือบมองไปยังแก้วไวน์ที่กำลังถูกกดอย่างหนักแน่นอยู่ในมือของโอวหยางลี่ หัวใจเธอก็พลันรู้สึกวูบวาบขึ้นเล็กน้อย
เธอไม่เคยเห็นโอวหยางลี่แสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อนเลย มันเหมือนกับว่าของรักที่ถูกตรงหน้ากับถูกปล้นไป ความเป็นศัตรูเปิดเผยอย่างท่วมท้น มันปกปิดอารมณ์ที่แสนอบอุ่นของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
“พี่โอวหยาง พี่……” เหอเหมียวยื่นมือไปดึงเสื้อผ้าของโอวหยางลี่และคิดจะทำตัวเหมือนเด็กน้อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกผลักออกไปด้วยความแรงก่อนที่เขาจะพูดว่า “อา…….”
เหอเหมียวควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่ช้าเธอล้มลงกับพื้นทันที รองเท้าส้นสูงกว่าสิบเซนติเมตรทำให้เท้าของเธอนั้นทรมานและน้ำตาก็ไหลรินเข้าตา
โอวหยางลี่เริ่มที่จะหนวกหู ก่อนจะวางแก้วไวน์ของตนไปที่ถาดของพนักงานเสิร์ฟที่ถือแก้วไวน์แดง แล้วเดินไปยังจิ่งเป่ยเฉิน
“ประธานจิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าคุรจะมางานเต้นรำที่แสนน่าเบื่อแบบนี้ด้วย” โอวหยางล