พวกเราสกุลจิ่งอยากจะรับสกุลเห่อเข้ามาอยู่ด้วย คุณน่าจะทราบเรื่องนี้มานานแล้วใช่ไหมค่ะ” อันโหรวเอ่ยขึ้นแบบตรงๆราวกับมีดพร้อมเฉือน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ผู้คนล่าถอยแต่อย่างใดคำพูดที่ดูโหดเหี้ยม แต่ร่างกายกลับเผยความงดงามทางปัญญาจิ่งเป่ยเฉินจับจ้องไปที่อันอีหาน ไม่รู้ว่าตัวว่าริมฝีปากของเขานั้นคดงอ วันนี้พาเธอมาด้วย นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริงๆ“พูดอย่างตรงไปตรงมา สกุลเหอก็เหมือนกับอูฐที่กำลังรอวันตาย ไม่ว่าจะล้มละลายหรือไม่แต่อย่างใด พวกเราสกุลจิ่งเองก็พร้อมบดขยี้พวกสกุลเห่ออย่างสมบูรณ์ได้ ” อันโหรวฉายแววตาที่คม ถ้าหากมีเลือดที่สามารถไหลออกมาได้ ก็ต้องบอกได้เลยว่าเธอนั้นหั่นไปหลายส่วนเธอเผยริมฝีปากขึ้นและน้อยก่อนจะโยนผลไม้เข้าปาก “ฉันรู้ว่าผู้อำนวยการหลี่เฝ้าดูการเติบโตของสกุลเห่อมาโดยตลอด แต่ยามนี้มันยังไม่ร่วงหล่น กลับต้องถูกเด็ดหัก แต่คุณควรเข้าด้วยนะคะ ว่าประโยชน์ที่ดีเช่นนี้ไม่ได้มาบ่อยๆ”หลี่เฉิงไม่ได้คิดเลยว่าคำพูดของอันโหรวจะดูเฉียบคมขนาดนี้ แต่ละประโยคที่เอ่ยมาล้วนตรงจุดของทั้งสิ้น คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดพูดนี้จะไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจ“คำพูดของคุณหนูอันกล่าวไม่ผิด แต่ว่าผมเองไม่ได้เป็นแค่ประธานของสกุลเห่อแน่นอนไม่อาจตัดสินใจว่าบริษัทจิ่งหรือครอบครองสกุลเห่อได้หรือไม่นี่สิ” หลี่เฉิงพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมาด้วยท่าทีที่หงุดหงิดเล็กน้อยอันโหรวเห็นหลี่เฉิงรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย อันโหรวท