่นอนว่าคุณภรรยาของสกุลเหลียวคงต้องมาด้วยใช่ไหมค่ะ”
เธอพูดอย่างตกใจเพราะเห็นเหอเหมียวยืนอยู่ข้างหลังของโอวหยางลี่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอก็รู้สึกค่อนข้างโกรธนิดหน่อย
การเอ่ยวาจาเช่นนี้ แน่นอนย่อมทำให้เกิดความอับอายทั้งสองคนแน่ๆ
โอวหยางลี่ขมวดคิ้วขึ้น เขารู้สึกเสมอว่าอันอีหานคนนี้พยายามปฏิบัติกับเขาเหมือนเช่นวันที่ไปสกุลเหอจริงๆ เธอจงใจใช้คำพูดที่ทำให้เขาดูอับอาย และมักจะพยายามพูดถึงเหลียวเว่ยอยู่ตลอด
เหมือนกับว่าเธอนั้น…..รู้จักเขาดีมาก
“วันนี้ภรรยาผมเขาไม่ค่อยสบาย เลยมาร่วมงานไม่ได้”
ทันทีที่โอวหยางลี่พูดออกไป ที่ด้านหน้าเหอเหมียวก็ได้รีบเดินเข้ามาก่อนจะโอบไปที่แขนของเขา แต่นั้นไม่นานเท่าไหร่ เขาก็พยายามเขย่าและสบัดแขนออกอย่างไม่เต็มใจ จนทำให้เหอเหมียวต้องเอ่ยพูดออกมา “พี่โอวหยาง นี่คุณหมายความว่ายังไงเหรอค่ะ คุณไม่ใช่บอกว่า มีแต่ฉันเท่านั้นที่จะเป็นคู่งานเต้นรำของคุณได้?”
“เหอเหมียว อย่ามาสร้างปัญหา!” ความอดทนของโอวหยางลี่เริ่มเก็บไม่อยู่ ใบหน้าของเขานั้นพลันมืดดำดิ่งลง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสใครทั้งสิ้น
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองไปยังโอวหยางลี่ ก่อนจะเอ่ยยิ้มอย่างสบายๆไปว่า “คนธรรมดาไม่อาจขึ้นเวทีใหญ่ได้หรอก”
การเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เมื่อได้ยิน เขานั้นไม่ได้กำลังเยาะเย้ยเหอเหมียว แต่กลับเป็นโอวหยางลี่ต่างหาก
เมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ การพาผู้หญิงที่ไม่มีมารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน