ี่เป็นกังวล
อันโหรวโบกมือให้เธอเพื่อเป็นสัญญาณว่า ไม่ต้องกังวล
เมื่อเข้ามาในห้องทำงาน จิ่งเป่ยเฉินก็ยื่นคำเชิญสีทองออกมา “คืนนี้มีงานเต้นรำ คุณต้องไปกับผม”
ด้วยตำแหน่งที่อยู่สูงมานาน เวลาตัวเองทำอะไรนั้นย่อมเปิดเผยทัศนคติเชิงบังคับอยู่ตลอด
“ฉันไม่ไป งานเต้นรำอะไรนั้นมันอยู่นอกเหนือขอบเขตการทำงานของฉัน” อันโหรวปฏิเสธโดยทันที และมีน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ว่าเธอไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญนั้น
เธอต้องรีบกลับบ้านไปหาลูก จะมีเวลาไปกับเขาเพื่อเข้าร่วมงานเต้นรำพวกนั้นด้วยเหรอ
นอกจากนี้เธอยังต้องแต่งหน้าไปงานเต้นรำอีก จะให้เธอแต่งตัวเหมือนหญิงชราแก่ๆแบบนี้เนี่ยนะ ขืนไปที่นั้นจะให้ไปทำอะไรอีกล่ะ?
“นี่แค่เป็นการแจ้งให้รับรู้ ไม่ใช่เอ่ยถาม ดูเหมือนว่าคุณจะ….ไม่ได้เห็นสถานการณ์ที่ชัดเจนมากเลยนะ” จิ่งเป่ยเฉินเอนตัวลงบนเก้าอี้หนัง ก่อนจะค่อยๆถอนเน็คไทของออกตาม และเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำไปว่า “งานเต้นรำนี่เกี่ยวข้องกับสกุลเห่อ เธอควรจะเข้าใจก่อนว่ามันสำคัญแค่ไหน”
“นอกจากนี้ ฉันจำแผนเมื่อครู่ได้ มีคนทำผิดเกิดขึ้น เห็นทีว่านี้จะเป็นโอกาสที่ต้องชดเชยนะ”
อันโหรวตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะใช้สิ่งนี้มาเป็นข้อต่อรองเสียได้
แต่ถ้าหากนี่เป็นงานเต้นรำที่เกี่ยวข้องกับสกุลเห่อแล้วละก็ โอวหยางลี่เองก็อาจจะมาด้วย และเธอคนนั้นก็….
พลังทั้งสองฝ่ายก็ล้วนแล้วหนักอึ้ง เธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะทำได้แค่พยักหน้า “ถ้าหากนี่เป็นงาน