คำเชื้อเชิญนั้นเธอต้องรีบกลับบ้านไปหาลูก จะมีเวลาไปกับเขาเพื่อเข้าร่วมงานเต้นรำพวกนั้นด้วยเหรอนอกจากนี้เธอยังต้องแต่งหน้าไปงานเต้นรำอีก จะให้เธอแต่งตัวเหมือนหญิงชราแก่ๆแบบนี้เนี่ยนะ ขืนไปที่นั้นจะให้ไปทำอะไรอีกล่ะ?“นี่แค่เป็นการแจ้งให้รับรู้ ไม่ใช่เอ่ยถาม ดูเหมือนว่าคุณจะ….ไม่ได้เห็นสถานการณ์ที่ชัดเจนมากเลยนะ” จิ่งเป่ยเฉินเอนตัวลงบนเก้าอี้หนัง ก่อนจะค่อยๆถอนเน็คไทของออกตาม และเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำไปว่า “งานเต้นรำนี่เกี่ยวข้องกับสกุลเห่อ เธอควรจะเข้าใจก่อนว่ามันสำคัญแค่ไหน”“นอกจากนี้ ฉันจำแผนเมื่อครู่ได้ มีคนทำผิดเกิดขึ้น เห็นทีว่านี้จะเป็นโอกาสที่ต้องชดเชยนะ”อันโหรวตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะใช้สิ่งนี้มาเป็นข้อต่อรองเสียได้แต่ถ้าหากนี่เป็นงานเต้นรำที่เกี่ยวข้องกับสกุลเห่อแล้วละก็ โอวหยางลี่เองก็อาจจะมาด้วย และเธอคนนั้นก็….พลังทั้งสองฝ่ายก็ล้วนแล้วหนักอึ้ง เธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะทำได้แค่พยักหน้า “ถ้าหากนี่เป็นงานเต้นรำที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัทจริงๆ ฉันก็จะไป”หลังจากที่เธอทำผิดพลาด เมื่อครู่นี้ นี่ก็ต้องได้รับการแก้ไข ถ้าหากไม่พบความจริงเสียก่อน อาจจะชักนำความเสียหายให้แก่บริษัทชนิดที่เรียกว่าประเมินค่าไม่ได้จิ่งเป่ยเฉินพงกหัวเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ และกดสปีกโฟนเพื่อให้ดังขึ้นที่ด้านหน้า“เลขาหลิน วันนี้เธอเลิกงานก่อนได้เลย”หลินจื่อเซี๋ยวสับสนตอนอยู่ข้างนอก เมื่