ป่ยเฉินไม่ได้เหลือบมองเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “เป็นเธอบอกว่า แผนอันนี้ผมจะไม่ดูมันยังงั้นสินะ?”“ฉัน… ฉัน…..” ฉิวซีพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเหงื่อเย็นๆก็เริ่มไหลรินออกมาที่หน้าผากของเขา พูดไม่ศัพท์จับไม่ได้ความ[1]โดยทันที“อา—–” จิ่งเป่ยเฉินหัวเราะหึด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในช่วงขณะนั้นฉิวซีคิดว่าตัวเองคงตายแล้วแน่ๆ จิ่งเป่ยเฉินก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูรุนแรงเข้าไป “แผนนี่ ดูไปแล้วก็ไม่เข้าตาฉันจริงๆนั้นแหล่ะ”อันโหรวที่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาก็เงยขึ้นมองหน้าเขา นี่เขาหมายความว่ายังไงกันแน่?ฉิวซีมองไปจิ่งเป่ยเฉิน หัวใจเธอยามนี้เรียกได้ว่าความสุขล้นปี่ มันเหมือนกับได้รับเชื้อเพลิงที่เติมเต็ม ใบหน้ามีความสุขเย้ยหยันมองไปที่อันโหรวตลอดหัวยันเท้า“ประธานจิ่ง คุณมีอะไรไม่พอใจกับแผนของฉันเหรอค่ะ?” อันโหรวลุกขึ้นจากที่นั่งของเธอ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะเอาไว้ทุกคนที่ได้เห็นฉากนี้ก็พลันอ้าปากค้าง นี่เป็นครั้งแรกของฉิวซีด้วยที่เห็นอันโหรวกับจิ่งเป่ยเฉินกำลังเผชิญหน้ากันและกัน หัวใจของพวกเขากลับตกใจอย่างสุดขีดจิ่งเป่ยเฉินเอามือล้วงกระเป๋า พร้อมกับเปิดแผนก่อน และชี้นิ้วไปยังตัวเลขและตัวอักษร “แม้ว่านี่จะเป็นการซื้อกิจการ แต่ในแง่ของบริษัทเล็กๆ ถ้าหากเป็นเช่นนี้กลุ่มบริษัทจิ่งก็ต้องเอาชนะให้ได้ในราคาที่ต่ำสุดขีด แต่เรื่องพวกนี้คุณสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายในการดำเนินงบประมาณพวกนี้ได้เท่านี้จริ