ทางปลอดภัยค่ะ” อันโหรวเอ่ยยิ้มออกมา และโค้งให้เล็กน้อย เพียงคำพูดนี้ก็น่าจะชัดเจนพอตัวเมื่อความโกรธเกรี้ยวผ่านไป จิ่งเป่ยเฉินก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเลียริมฝีปากอย่างชั่วร้าย และเคาะไปที่พวงมาลัยด้วยนิ้วของเขาแต่ละนิ้ว ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง และเอ่ยออกไปว่า “โหรวโหรว ถ้าหากเธอจะเล่นเกมแบบนี้กับฉันละก็ ฉันจะเล่นกับเธอก็ได้ เพียงแต่สักวันหนึ่ง ฉันจะทำให้เธอต้องเอ่ยปากยอมแพ้อย่างแน่นอน”เมื่อเอ่ยคำพูดไปแล้ว เขาก็กระแทกคันเร่งและขับรถเลยอันโหรวไป……เมื่อถึงบ้านของหลินจื่อเซี๋ยวอันหยางเมื่อถึงบ้านกลับนั่งไม่ติด ได้แต่เดินซ้ายทีขวาที มือเล็กๆของเขากำโทรศัพท์ของอันโหรวแน่น ใบหน้าน้อยๆเต็มไปด้วยความกังวล“หยางหยาง หนูน่าจะนั่งลงหน่อยนะ น้ารู้สึกมึนหัวแล้ว” หลินจือเซี๋ยวจับไปที่ขมับหัว มันดูเหนื่อยๆเมื่อยล้าพอสมควรวันนี้มันเหนื่อยล้ามากพอ ราวกับไปสู้รบตบตีกับอะไรมา……“น้าจื่อเซี๋ยว ผมออกไปตามหาแม่จ๋านะ” อันหยางทนไม่ไหว ดวงตาคู่น้อยของเขากลับมืดมนลง เขาหมุนตัวและเตรียมเดินไปตรงหน้าประตูเพื่อออกไป“เฮ้อ หยางหยาง…..” หลินจื่อเซี๋ยวรีบเอ่ยเพื่อหยุดเขาไว้ เธอรีบลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความรวดเร็วประตูกลับถูกเปิดจากภายนอก อันโหรวผลักประตูเข้ามา ก่อนจะรีบหยุดร่างของลูกชายตัวเล็กของเธอ“แม่จ๋า ในที่สุดแม่ก็กลับมาแล้ว!” อันหน่วนเมื่อเห็นอันโหรว ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นลุกวาว และรีบกระโดดขาน้อยๆขอ