ากนัก
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นเตรียมที่จะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่
ที่ด้านนอกประตู ฉีเซิ่งเทียนแทบจะอดทนไว้ไม่ได้ เขาแนบหูฟังที่ประตู เพื่อฟังดูว่ามีการเคลื่อนไหวอะไรรึเปล่า แต่มันก็กลับเงียบดูเหมือนไม่มีอะไรเคลื่อนไหวข้างใน เขาก็พลางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหายเข้าใจลึกๆ ก่อนที่จะกำลังจะทุบประตูอย่างรุนแรง ไม่ช้าเท่าไหร่นักประตูก็เปิดออกมากระแทกเข้าไปที่ตัวเขาเต็มๆ
“ทำไมเสื้อผ้านายถึงเปียกแบบนี้ได้ล่ะ?” ดวงตาของฉีเซิ่งเทียนจ้องมองออกไป ก่อนที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เพิ่มขึ้นอีก
“เมื่อคืนฉันเห็นโหรวโหรว”
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่ทนไม่ได้ภาพกับลวงตาที่คล้ายกับเวทย์มนต์ เมื่อนึกถึงเมื่อคืน เขาก็พลันทำท่าแสดงความอ่อนโยนออกมา
ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนนั้น มันอดไม่ได้ที่ฉีเซิ่งเทียนจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองดูไปที่พี่ชายตนเดินเข้าไปในห้อง เขาก็ย่องเดินตามเข้าไปทันที
“อันโหรวเหรอ? เป็นไปไม่ได้! เมื่อคืนเห็นได้ชัดว่าเป็นอันอีหาน หญิงสาวจากแผนกวางแผนที่หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนั้น เธอพานายมาส่งที่นี้นะ!” ฉีเซิ่งเทียนที่กำลังคิดจะก้าวเดินต่อไปนั้น ก็พลางหยุดชะงักลง เมื่อสัมผัสไปยังดวงตาที่แสนเย็นชาของจิ่งเป่ยเฉิน เขาก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย
นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะถลำลึกจนเกินไปสินะ….
“นี่นายหิวจัดขนาดนั้นเลย? เมื่อคืน นายก็ยังจับมืออัน