่วงไม่กี่ปีมานี้ การที่เข้าใกล้จิ่งเป่ยเฉินได้แบบนี้เป็นคนแรก ก็เท่ากับว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอแล้วถังซือเถียนรู้สึกรำคาญหงุดหงิดกว่าเดิม แม้แต่พี่ชายของตนเองก็ไม่ยอมเชื่อเหลือ หากมองไปครั้งนี้ ดูท่าเธอต้องลงมือด้วยตัวเองเสียแล้ว“มา ดื่มเหล้ากัน!” หมิ่นลี่ยกแก้วขึ้นพร้อมชูแก้วไวน์ และดื่มมันเข้าไปไวน์นี้เป็นยี่ห้อลาฟี่ ที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 90 แน่นอนการดื่มแบบนี้ออกจะสิ้นเปลืองไปหน่อย แต่เมื่อหันมามองที่จิ่งเป่ยเฉินแล้ว ดูเหมือนเขาค่อยๆจิบมันอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวแต่ละท่วงท่าราวกับดูมีสง่าราศีมากนักแต่ทว่า อันโหรวกลับไม่ได้คิดถึงจุดนั้น เขารู้สึกว่ากินข้าวมื้อนี้มันต้องนานมากแน่ๆ อีกอย่างจิ่งเป่ยเฉินถ้าหากเมาขึ้นมา ก็ดูไม่ดี แต่ตอนนี้เขาเองก็ยังคงจิบไวน์อย่างต่อเนื่อง….ผู้ชายสี่คนในบรรดาพวกเขา ล้วนแล้วมีแต่ถังซั่วที่ยังคงดูปกติดีอยู่“นายยังคงดื่มไวน์ไม่เก่งเหมือนเดิม” ถังซั่วพลันขยับขวดไวน์ไปมา ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินจิ่งเป่ยเฉินเห็นดังนั้นก็หรี่ตาเล็กลง และยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา “ฉันตั้งใจทำน่ะ”ประโยคนี้ทำให้อันโหรวไม่ค่อยเข้าใจ ตั้งใจ ตั้งใจเมาเนี่ยนะ? นี่เรียกว่าตั้งใจได้ด้วย?แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงอีกเดี๋ยวเธอต้องกลับไปแล้ว ลูกทั้งสองของเธอกำลังรอเธออยู่ หากไม่กลับ เกรงว่าได้เห็นพวกเขาร้องไห้แน่ๆเมื่อมองไปจุดนี้ เธอก็รีบก้าวขาออกไป ขณะนั้นมือของผู้ชายก็ฉุดรั้งเธอไว้ก่อน “ใคร