ให้คุณไป?”อันโหรวเจ็บที่ข้อมืออีกแล้ว สักพักก็ถูกดึงให้มานั่งที่เบาะเหมือนเช่นเคย และไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ดวงตาคู่หนึ่งพลันเหลือบมองคล้ายดั่งนกอินทรีที่ แสดงออกมาอย่างไม่ลดละ สายตาเป็นประกาย ราวกับพร้อมจดจ้องเธอ และบดขยี้เธอได้ในพริบตาจิ่งเป่ยเฉินยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาที่มุมปาก ก่อนจะค่อยๆเอามือของเขาแตะไปที่คางของเธอและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณ…แต่งหน้า..”ดวงตาสดใสที่เหมือนกับดวงตาที่เขาเคยถวิลหาพลันหวนกลับมาถ้าหากนี่เป็นการแต่งหน้า เขาก็อยากจะเปลี่ยนผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนนั้น…เมื่อนึกถึงจุดนี้ ชายผู้นั้นก็พลันฉายแววตาที่เปลี่ยนไป
ถังซือเถียนที่ได้ยิน ก็ไม่ค่อยรู้สึกพอใจเท่าไหร่นักก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “เป็นไปได้ยังไงกัน? พี่เฉินผู้นี้มีรสนิยมไม่ได้แย่แบบนี้นี่หน่า หมิ่นลี่ นายอย่ามาพูดจาไร้สาระแบบนี้” เมื่อพูดจบ เธอก็สบัดผมที่ฟูพองอย่างสง่างาม ซึ่งดูแล้วมีเสน่ห์เหลือล้นมากนัก
“ถังซั่ว ดูท่านายต้องดูแลน้องสาวตัวเองให้ดีๆหน่อยแล้ว แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องเล็กอะไร แต่การที่เรียกชื่อของฉันออกมาตรงๆแบบนี้ นับได้ว่ามันเสียมารยาท ไม่จัดการละก็ฉันจะจัดการเอง!” หมิ่นลี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่จิ่งเป่ยเฉินยังต้องขมวดคิ้ว
“ใช่ว่านายถูกเธอเรียกด้วยชื่อแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันว่านายน่าจะคุ้นชินได้แล้วนะ” ถังซั่วเอ่ยออกไปพร้อมกับยักไหล่ไปพราง แสดงท่าท