ีทำอะไรไม่ถูก
เขาจะกล้าไหนเลยล่วงเกินเจ้าบรรพบุรุษตัวน้อยนี่ได้ล่ะ
เมื่อพูดจบ ถังซั่วหันหน้ามองไปที่อันโหรวและเอ่ยคำพูดขึ้น “ผู้หญิงท่านนี้ จะไม่แนะนำตัวหน่อยเลยเหรอ?”
น้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน และเอ่ยออกมา มันคล้ายกับว่าขบขันเป็นเรื่องตลกเล็กน้อย
เขากับโอวหยางลี่นั้นไม่เหมือนกัน โอวหยางลี่โดยปกติหากมองทั่วไปแล้ว แม้จะแสดงท่าทีที่อ่อนโยนออกมาให้กับทุกคน เพียงแต่ว่าถังซั่วนั้นไม่เหมือนกัน มันเป็นเหมือนอีกบุคลิกนึงเลยก็ว่าได้
อันโหรวกำลังคิดคำพูดตอบกลับ แต่ก็ได้ยินน้ำเสียงของชายผู้เย็นชาออกมา “อันอีหาน แห่งฝ่ายแผนกวางแผนของบริษัท”
นี่เป็นครั้งแรกที่จิ่งเป่ยเฉินแนะนำผู้หญิงคนนึง และผู้หญิงคนนั้นกลับเป็นพนักงานธรรมดาเนี่ยนะ?
เมื่อได้ยินชื่อของอันอีหานออกมา ดวงตาของหมิ่นลี่ก็พลันงวยงงรู้สึกสับสน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้จึงเอ่ยออกไปพลางว่า “อันอีหาน? กับอัน….” ยังพูดไม่ทันออกไป ปากของเขาก็ถูกฉีเซิ่งเทียนเอามือมาปิดปากโดยทันที
“หมิ่นลี่เจ้าหนูคนนี้ในที่สุดก็กลับมา วันนี้พวกเราพี่น้องคงต้องมีงานเลี้ยงต้อนรับกันหน่อยแล้ว!” ฉีเซิ่งเทียนเปลี่ยนหัวข้อเรื่องทันที และขยิบตามองไปที่หมิ่นลี่เพื่อส่งซิกนัยๆว่า อย่าพูดจาไร้สาระพวกนี้อีก
เด็กคนนี้ พึ่งจะกลับมา ดูเหมือนจะไม่ชอบใช้ชีวิตนานๆอย่างงั้นหรือยังไง
อันโหรวหรี่ตาของเธอเล็กลงเล็กน้อย และเมื่อมองไปที่ดวงตาของถังซั่ว เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าที่