ุณออกไปเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา หลังจากนั้นก็เดินออกจากประตูไปที่ด้านนอก มีคนกำลังยืนอยู่โดยบังเอิญคนผู้นั้นคือฉีเซิ่งเทียน เขากำลังจะเคาะประตู ก็พลันผงะขึ้นอย่างตกใจ เมื่อประตูเปิดออก ก็เห็นอันโหรวที่ยืนอยู่ข้างใน พลันเอ่ยปากออกมาว่า “ยัยขี้เหร่นั้น….”ก่อนที่เขาจะพูดจบ ก็เหลือบเห็นสายตาที่เย็นชาของจิ่งเป่ยเฉิน เขาคงไม่ได้หลุดปากพูดว่ายัยขี้เหร่อะไรนั้นหรอกใช่ไหม? เขาถึงได้ถูกจ้องมองด้วยสายตาเช่นนี้?ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นอีกมาก นอกจากจะยอมเปลี่ยนคำพูดและพูดออกไป “อันอีหาน หากประธานจิ่งต้องไปแล้ว คุณยังทำอะไรอยู่ในนั้น ยังไม่รีบตามมาอีก?”ฉีเซิ่งเทียนพูดจบ ก็รีบหันไปดูที่จิ่งเป่ยเฉิน ก็พบว่าดวงตาของเขานั้นเปลี่ยนไป…. เขาไม่รู้จะอธิบายอะไรดี หรือว่าอันอีหานนั้นจะเป็นคนของตระกูลอันจริงๆ?เฮ้อ ยังไม่ทันออกจากเงามือ คนในตระกูลที่ห่างหายไปแล้วห้าปี ก็พลันกลับมา ถ้าหากว่าคนๆนี้มาสะกิดให้คุณรู้สึกอีกละก็ จะกลับมาทำไมแต่ผลลัพธ์นับจากนี้ล่ะ? อย่าบอกนะว่าจะกลับมา แต่ข่าวคราวก็แทบจะไม่มีอะไรด้วยซ้ำไปอันโหรวไม่ได้พูดอะไรมาก เธอเดินออกไป อยู่ที่ด้านหลังของจิ่งเป่ยเฉิน“ผมได้ตรวจสอบมาหมดแล้ว ดูเหมือนผู้รับผิดชอบของสกุลเห่อจะเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งยังไม่ได้ทิ้งพินัยกรรมอะไรเอาไว้ แต่พวกสกุลเห่อก็มีลูกหลานหลายคน ต่างก็เอะอะเรื่องการแจกจ่ายทรัพย์สินมรดก สกุลเห่อในสภาพนี้น่ะเรีย