งขึ้นมา เธอสวมชุดสีเดรสสั้นสีแดง ผมยาวประลงมา เธอสวมแว่นกันแดดและเดินเข้ามาหาเขาด้วยรองเท้าส้นสูงที่สูงถึงสิบเซนติเมตร“เฉิน” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยเรียกเสียงหวาน ก่อนจะยกมือเพื่อจับตัวเขา“ออกไป” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ“มันยากมากเลยนะที่จะหาตัวคุณเนี่ย แม้ว่าจะมีข่าวอื้อฉาวนานพอตัว แต่เราก็ควรแถลงเรื่องความสัมพันธ์นะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเก้อเขินและก้าวเดินเข้ามาใกล้ ๆ เขามองจากระยะไกลทั้งสองคนนั้นคล้ายว่าสนิทสนมกันมากมันคล้ายจะแนบชิดกันเกินกว่าแค่เพื่อนเพียงแต่บังเอิญมากที่ฉากเหล่านั้นอยู่ในสายตาของอันโหรวที่นั่งอยู่ในรถอย่างพอดิบพอดี
“งานวางแผน พรุ่งนี้เช้าตรู่ ตรงต่อเวลาด้วย”
“ค่ะ ประธานจิ่ง” อันโหรวที่กำลังจะออกไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ให้ความเคารพ
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ทำเพียงแค่มองเธอด้วยสายตาที่เยือกเย็น ก่อนที่จะเข้าไปในห้องของตัวเอง
เมื่อประตูถูกปิดลง ร่างของใครคนหนึ่งก็ได้หายไป ซึ่งนั่นทำให้เธอค่อนข้างรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก
“แม่จ๋า แม่กลัวคุณลุงอย่างนั้นเหรอ?”
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสาวติดกับเขามากเกินไป อันโหรวจึงเอ่ยออกมาว่า “แม่กลัวเขานะ เขาดุมาก หน่วนหน่วนอย่าเข้าไปใกล้เขามากนะ”
“แต่ว่า…..”
“หน่วนหน่วน ฟังที่แม่บอกด้วย” หลังจากที่พูดจบ เธอก็จูงมือลูกสาวของตัวเองออกไปจากห้อง ก่อนจะรีบเดินไปที่ลิฟต์อย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ลิฟต์ปิดลง ประตูภายใ