กที่ได้ยินคำพูดของเธอ จิ่งเป่ยเฉินก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจงใจพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า “ถ้าหากผมพูดว่าไม่มี?”“ไม่มี?” เธอพูดจบก็พลันหัวเราะอย่างประชดประชัน
“น้าจือเซี๋ยว พวกเราทำไมไม่ขึ้นไป?”
หลินจือเซี๋ยวมองไปที่อันหยาง ในใจเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกราวกับเห็นเขาเป็นประธานจิ่งไปเสียแล้ว
“หยางหยาง หนูตามมาที่นี่ทำไมกัน ทำไมไม่นั่งรอที่โต๊ะ ไม่งั้นเดี๋ยวพวกเขาจะคิดว่าน้าจือเซี๋ยวกินอาหารแล้วชิ่งไม่ยอมจ่ายเงินนะ” หลินจือเซี๋ยวพูดพร้อมกับผลักเขาเบา ๆ
“แม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม ผมต้องขึ้นไปดู” อันหยางพูดจบก็รีบเอื้อมมือไปกดปุ่มที่ลิฟต์ทันที
หลินจือเซี๋ยวรีบขวางเอาไว้ แต่ขณะนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพอดี
“น้าจือเซี๋ยว” อันหน่วนในชุดเจ้าหญิงลูกไม้สีชมพูยิ้มและเดินออกมาจากลิฟต์
หลินจือเซี๋ยวมองเข้าไปในลิฟต์ก็พบว่าไม่มีใคร หัวใจที่ตึงเครียดก็พลันปล่อยวางลง
“หน่วนหน่วน แม่อยู่ข้างบนงั้นเหรอ? ทำไมไม่ลงมากับเธอด้วย?” อันหยางจับน้องสาวของตนเองไว้ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่แสนเย็นชานั้นเต็มไปด้วยความกังวล
อันหน่วนยิ้มและกะพริบตาแบ้ว ๆ ให้ “พี่จ๋า พวกเรามักจะพูดกันใช่ไหมว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ แต่หนูอยากมีพ่อแล้ว”
หลินจือเซี๋ยวรู้ดี อันโหรวในยามนี้อยู่กับประธานจิ่งภายในห้อง…และเธอก็หวังให้โหรวโหรวเจอผู้ชายที่พึ่งพิงได้
ถึงแม้ว่าจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าประธานจิ่งนั้นสามารถพึ่งพิงได้ เนื่องจากไม่กี่วันก่อนหน้านั้นประธานจิ่งเพิ่งจ