แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินรายละเอียดชัดเจน แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้จิ่งเป่ยเฉินอยู่กับอันอีหานเขาได้ยินเสียงชัดมาก ไม่มีทางฟังผิดแน่นอนมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ คิดไม่ถึงเลยว่าจิ่งเป่ยเฉินนั้นยังชอบอันโหรวอยู่ แต่นี่เป็นผู้หญิงที่ดูแก่เชียวนะ ทั้งยังมีลูกแล้วด้วย“ใครอนุญาตให้คุณไปกัน?” เมื่อจิ่งเป่ยเฉินพูดจบ เขาก็หยิบโน้ตบุ๊กออกมาจากตู้เก็บของ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ“ไม่ให้ไป แล้วให้ฉันมาที่นี่เพื่ออะไรคะ? อย่าลืมนะคะว่าพรุ่งนี้ฉันจะต้องส่งแผนให้กับคุณ”จิ่งเป่ยเฉินเปิดโน๊ตบุ๊กและพูดออกไปตรง ๆ “ตอนนี้ก็ดึกแล้ว หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว ทำที่นี่เถอะ ผมจะคอยดูให้เอง” เขาอยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้วางแผนได้ดีแค่ไหนกันเชียว คำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่หายไปของบริษัทจิ่งเมื่อปีที่แล้ว ยังคงเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงในจุดนั้นอยู่ดี“ให้ทำที่นี่? แล้วลูกสาวของฉันจะทำยังไง? อย่างน้อยฉันก็ต้องพาลูกไปนอนก่อนนะ” อันโหรวเอ่ยอย่างไม่สนใจ พลางจับมือของลูกสาวเพื่อเดินออกไปที่ประตูแต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อันหน่วนก็พลันเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา “แม่จ๋า แม่อยู่ที่นี่เถอะ น้าจือเซี๋ยวก็อยู่ข้างล่าง แม่โทรบอกคุณน้าก็ได้ค่ะ ให้มารับหนูก็พอ”เมื่ออันโหรวได้ยินสิ่งที่ลูกสาวตัวน้อยเอ่ย ก็รู้สึกราวกับถูกกำแพงนั้นพุ่งชนใส่ ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ลูกสาวตัวน้อยยังคิดแทงข้างหลังอีกเหรอ?“หนูรู้งั้นเหรอว่าน้าจือเซี๋ยวเป็นใคร?” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยถามอันหน่ว