น“น้าหลินจือเซี๋ยวเป็นเพื่อนของแม่จ๋าค่ะ” อันหน่วนตอบอย่างตรงไปตรงมา“เลขาหลิน?” จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่อันโหรว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาจะโทรหาหลินจือเซี๋ยวให้มารับอันหน่วนไปอย่างนั้นเหรอ?ขณะที่กำลังรู้สึกประหม่า เธอก็รีบเข้าไปคว้าโทรศัพท์ของเขาทันที และขณะที่กำลังจะฉกโทรศัพท์ของเขามานั้นจิ่งเป่ยเฉินก็ได้ยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นและได้โทรไปยังเบอร์ของเลขาหลิน อีกทั้งยังเอามือข้างซ้ายโอบอุ้มไปยังเอวของอันโหรว พลางใช้แรงกดเอาไว้เบา ๆ เพื่อไม่ให้เธอดิ้นไปมาได้จากมุมมองของอันหน่วนนั้น เหมือนว่าตอนนี้คุณลุงคนนี้กำลังกอดแม่จ๋าไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ยอมปล่อย“คุณปล่อยฉันนะ!” อันโหรวตะโกนออกไปโดยไม่สนใจลูกสาวที่อยู่ข้างกายเธอเลยสักนิดบังเอิญเสียจริง ๆ ที่เวลานั้นปลายสายกดรับพอดีหลินจือเซี๋ยวเมื่อเห็นประธานจิ่งโทรมา เธอก็แทบจะถือตะเกียบที่อยู่ในมือไว้ไม่ไหวหลังจากรับโทรศัพท์แล้ว เธอก็ได้ยินเสียงที่ไม่ใช่เสียงเย็นชาเหมือนแต่ก่อนที่เธอเคยได้ยินจากท่านประธาน แต่กลับเป็นเสียงของหญิงสาวที่เธอคุ้นเคยมาก นั่นคือเพื่อนสนิทของเธอเอง เธอพยายามจับตะเกียบไว้ไม่ให้หล่น แต่สุดท้ายก็หล่นอยู่ดี“เลขาหลิน รอที่ทางเข้าลิฟต์ชั้นที่หนึ่งของโรงแรมนั่วเทียน ไปรับลูกสาวของอันอีหานไว้ด้วย” เมื่อพูดจบจิ่งเป่ยเฉินก็กดวางสายทันทีหลินจือเซี๋ยวทันทีที่ฟังจบก็หันไปมองโทรศัพท์ของตัวเอง เมื่อครู่นี้ประธานจิ่งโทรมาบอกว่าให้ไปรอที่ทา