ยคืนลูกให้ฉันด้วยค่ะ เดี๋ยวฉันพาเขากลับบ้านไปเปลี่ยนชุดเอง คุณอยู่ที่นี่จะมีเสื้อผ้าเด็กได้ยังไง”
จิ่งเป่ยเฉินหันไปมองที่ดวงตาของเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครบอกว่าไม่มี?”
“คุณลุงบอกว่าคุณลุงมีชุดเจ้าหญิงด้วยแหละ” อันหน่วนเอ่ยพลางหัวเราะเอิ้กอ้าก เท้าคู่นั้นของเธอถีบไปมาราวกับว่ากำลังตื่นเต้นที่จะได้พบกับสมบัติ
“รู้แค่ชุดเจ้าหญิง ที่นี่จะมีชุดเจ้าหญิงกี่ชุดกันเชียว” อันโหรวรู้สึกอึดอัดที่เห็นลูกสาวของตนเกาะติดเขาแจแบบนี้ น้ำเสียงของเธอจึงพลันเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที
“แม่ดุหนู” อันหน่วนเม้มปาก ที่เบ้าตาพลันมีน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมา ด้วยแรงกดดันที่อันโหรวส่งมา เธอจึงต้องกลั้นเอาไว้ น้ำตานั้นยังไม่ปริ่มออกมา “ถึงแล้ว” หลังจากที่จิ่งเป่ยเฉินพูดจบ เขาก็ลูบไปที่หัวของอันหน่วนเบา ๆ และเดินออกจากลิฟต์ไป
เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่สิบแปด ภายในห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มันช่างคล้ายกับพื้นที่ของพวกชนชั้นสูง ผ้าม่านถูกเปิดออกมา ทัศนียภาพในห้องก็ไม่เหมือนใคร ราวกับเป็นห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของจิ่งเป่ยเฉิน
“เสื้อผ้าอยู่ในตู้ คุณไปช่วยเธอเปลี่ยนชุดเถอะ” จิ่งเป่ยเฉินวางอันหน่วนลงกับพื้นและเดินไปที่ห้องอื่นตามลำพัง
อันโหรวรีบไปอุ้มลูกสาวของเธอ เพราะกลัวว่าจะถูกแย่งไปอีก
“แม่จ๋า คุณลุงคนนั้นดีจังเลย ถ้าหากเป็นพ่อก็คงดีเลยนะ” อันหน่วนเอ่ยปากพูด ซึ่งนั่นเป็นการสะกิดเข้าตรงกลางใจของอันโหรวอย่างพอดิบพอด