” ใบหน้าของอันโหรวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะขอโทษ น้ำเสียงแหบ ๆ ของเธอเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อรับตัวอันหน่วนมาโชคดีที่เขาแทบไม่ได้สนใจน้ำเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อยจะรู้ได้ยังไง เมื่อมือของเขาเกือบจะสัมผัสกับอันหน่วนในยามนี้ จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ข้างกายของอันหน่วนนั้น“คุณแต่งงานแล้วเหรอ?” จิ่งเป่ยฉินเอ่ยถามอย่างเย็นชาเธอพยักหน้าทันที “แน่นอน แต่งงานแล้วสิ ไม่งั้นเด็กจะอายุห้าขวบได้ยังไงกัน”“สามีเป็นคนต่างชาติ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางมองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย“ใช่ค่ะ” เธอตอบอย่างเรียบง่าย เธอพยายามตอบไปอย่างเร็ว เพื่อขจัดเขาออกก่อนไป ถ้าหากเขาเจอหยางหยางละก็ ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ“แม่จ๋า หนูทนไม่ไหวแล้ว” อันหน่วนเอ่ยด้วยเสียงที่ดูเขินอายในยามนี้ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนก็ได้วิ่งผ่านมาพอดี และเมื่อเขาเห็นจิ่งเป่ยเฉินที่กำลังอุ้มลูกครึ่งอยู่ เขาก็รีบหยุดและวิ่งเข้ามาหาทันที ก่อนจะทำท่าทางโค้งตัวด้วยความเคารพ “ประธานจิ่ง เชิญทางนี้ครับ”“ผมมีอะไรต้องทำ คุณไปก่อนเถอะ” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยด้วยท่าทีที่สงบ ทำให้ชายวัยกลางคนทำท่าทางลังเลเล็กน้อย“ประธานจิ่งครับ…” ชายวัยกลางเอ่ยด้วยท่าทางอ้อนวอนจิ่งเป่ยเฉินไม่ได้มองที่เขาแต่อย่างใด เพียงแค่ยกเท้าของตนขึ้นและเดินไปข้างหน้าต่อ“ประธานจิ่ง!” อันโหรวเอ่ยด้วยความรู้สึกกังวล เมื่อเห็นเขาอุ้มหน่วนหน่วนไม่ยอมปล่อยแบบนี้ เธอจึงกล่าวออกมาด้วย