ด้วยความขุ่นเคือง“ถ้าอยากรู้ว่าเป็นใคร คุณก็ลองไปถามประธานจิ่งดู” อันโหรวรู้สึกรำคาญเธอ เมื่อพูดจบจึงได้เดินหันหลังเพื่อที่จะออกไปจากตรงนี้เพียงแต่ลูซี่กลับคว้าตัวของเธอจากด้านหลังเอาไว้ ก่อนจะพูดว่า “พูดจาอวดดี กล้ามากนะ เธอเป็นผู้หญิงของประธานจิ่งอย่างนั้นเหรอ? เธอมีดีอะไรกันแน่ หน้าอกใหญ่อย่างนั้นเหรอ? มีเสน่ห์อะไรกัน”เมื่อเห็นผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่หันมามองทางนี้ อันโหรวก็ขยับข้อมือหลัง ก่อนที่จะสลัดมือของลู่ซี่ออก “หน้าอกฉันอาจจะไม่ใหญ่เท่าคุณ แต่ว่าฉันมักจะใช้สมองในการแก้ปัญหา ว่าแต่ขอถามหน่อย คุณมีสมองหรือเปล่า?”เธอหยุดพูดไปสักพัก ก่อนจะมองขึ้นด้วยหางตาที่เหลือบมองทุกส่วนเล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจ “อีกอย่าง มันคงไม่ได้ใช้แค่หน้าอกหรอก เทียบกันแล้วคุ้มค่าไหม?”ทันทีที่พูดจบ ผู้คนต่างก็ลุกลี้ลุกลน ใบหน้าของลูซี่พลันเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด ราวกับจานสีที่ถูกบดขยี้จนแหลกผู้คนรอบข้างต่างก็หยุดเดินพลางกระซิบกันไปมา
ผู้ชายคนนี้แยกทั้งรักและแค้นได้! แต่กลับมีภาวะไม่รู้ใบหน้า ช่างน่าตลกสิ้นดี
“แม้แต่เลขาหลินที่อยู่ข้างกายเขาเองก็จำไม่ได้ เลขาหลิน….” ฉีเซิ่งเทียนถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเอ่ยคำพูดต่อ
“คืนนี้เลขาหลินจะให้ข้อมูลกับคุณ ส่วนเรื่องวางแผน พรุ่งนี้ผมจะดูมันที่โต๊ะทำงาน” หลังจากนั้นจิ่งเป่ยเฉินก็ลุกออกจากเก้าอี้และเดินออกไป
หลังจากที่เดินออกไปไม่กี่ก